กองทัพเรือลำเลียงเรือผลักดันน้ำกลับที่ตั้งหลังช่วยชาวนครพนมพ้นวิกฤติอุทกภัย

0
742 views

วันที่ 22 สิงหาคม 2560 พลเรือเอก พลเดช เจริญพูล รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครพนมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำจังหวัดนครพนมโดยมีนายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พลเรือตรี วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นาวาเอกอภิชาติ ทินนะลักษณ์ รองผู้อำนวยการพัฒนาการบริหาร อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า ตลอดจนเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน ณ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จากนั้นได้เดินทางไปที่สะพานข้ามแม่น้ำสงครามบ้านนาเพียง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลและกล่าวขอบคุณในการปฏิบัติภารกิจเร่งผลักดันน้ำในลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามให้ลงสู่แม่น้ำโขงเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดนครพนมจนแล้วเสร็จในครั้งนี้ พร้อมปล่อยขบวนลำเลียงเรือผลักดันน้ำเดินทางกลับสู่หน่วยที่ตั้งโดยมีชาวบ้านนาเพียงร่วมส่งพร้อมกล่าวขอบคุณที่ทางกองทัพเรือได้เดินทางมาช่วยเหลือในครั้งนี้

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ กองทัพเรือได้ส่งเรือผลักดันน้ำในสังกัด ฐานทัพเรือกรุงเทพ กรมการขนส่งทหารเรือ อู่พระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ กรมสรรพาวุธทหารเรือ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และกรมสารวัตรทหารเรือ จำนวน 47 ลำพร้อมเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ โดยเริ่มปฏิบัติภารกิจ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2560และแล้วเสร็จในวันที่ 18 สิงหาคม 2560 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 14 วัน ซึ่งสามารถผลักดันมวลน้ำที่เออท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรให้ลงสู่แม่น้ำโขงได้ 68,884,704 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ผู้ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ได้กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติด้วยความรวดเร็ว ซึ่งถ้าปล่อยตามธรรมชาติจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วันจึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ข่าว /ภาพ/ นายทินกร เพชรดี/ส.ปชส.นครพนม

แสดงความเห็น

comments