คาดฟื้นฟูน้ำท่วมนครพนมต้องใช้เงินกว่า 300 ล้าน เร่งจ่ายชดเชยนาข้าว 1,113 บาท/ไร่

0
781 views

นครพนม – เผยตัวเลขเสียหายน้ำท่วมนครพนมต้องใช้งบฟื้นฟูกว่า 300 ล้านบาท เร่งจ่ายชดเชยนาข้าวเน่าเสียกว่า 2 แสนไร่ 1,113 บาท/ไร่ ได้สิทธิรายละไม่เกิน 30 ไร่ พร้อมเยียวยาบ้านถูกน้ำท่วมอีก 3,000 บาท/ครัวเรือน เผยเป็นภัยน้ำท่วมหนักสุดรอบ 50 ปี เร่งระดมทุกภาคเข้าฟื้นฟูกลับคืนสภาพปกติ

วันนี้ (24 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลำน้ำก่ำ เขตพื้นที่ อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร และ อ.ธาตุพนม หลังประสบปัญหาลำน้ำก่ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนมานานนับเดือน ล่าสุดระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากน้ำไหลระบายลงน้ำโขง เหลือเพียงนาข้าวของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย

ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำอูน ลุ่มน้ำสงคราม เขต อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า อ.นาทม อ.โพนสวรรค์ ยังไม่พ้นวิกฤต เนื่องจากมวลน้ำพื้นที่ จ.สกลนครยังไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำทรงตัว ต้องเฝ้าระวังและเร่งระบายน้ำโขงให้ลงสู่น้ำโขงให้เร็วที่สุด เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมซ้ำ

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่ จ.นครพนมถือว่าเริ่มคลี่คลาย ยังมีบางพื้นที่คือโซนพื้นที่ลุ่มน้ำสงคราม ลำน้ำอูน แม่น้ำสาขาสายหลัก ที่ยังต้องเฝ้าระวัง เพราะปริมาณน้ำยังสูง แต่ในส่วนของบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมระดับน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว เหลือเพียงพื้นที่นาข้าวที่ยังได้รับผลกระทบ

เช่นเดียวกันกับพื้นที่แถบลุ่มน้ำก่ำ แม่น้ำสาขาสายหลักที่รับน้ำจากหนองหาร จ.สกลนคร ไหลระบายลงน้ำโขง ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ในระดับปกติ สามารถไหลระบายได้ดี มีเพียงนาข้าวที่ได้รับผลกระทบเสียหาย

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครพนมได้ระดมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมทั้งผู้ใจบุญมีน้ำใจหลั่งไหลเข้าไปดูแลช่วยเหลือตั้งแต่ประสบปัญหา จนถึงล่าสุดถือว่าเริ่มคลี่คลาย ซึ่งทางจังหวัดนครพนมได้มีการเร่งดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมประกาศภัยพิบัติ รวม 11 อำเภอ จากพื้นที่ทั้งหมด 12 อำเภอ มี 1. อ.นาแก 2. อ.วังยาง 3. อ.นาหว้า 4. อ.ศรีสงคราม 5. อ.เรณูนคร 6. อ.โพนสวรรค์ 7. อ.ท่าอุเทน 8. อ.ธาตุพนม 9. อ.นาทม 10. อ.ปลาปาก และ 11. อ.เมืองนครพนม เหลือเพียง 1 อำเภอที่ยังไม่ได้ประกาศคือ อ.บ้านแพง

นายสมชายกล่าวอีกว่า ตามระเบียบของทางราชการในการให้ความช่วยเหลือชดเชยความเสียหายนั้น ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 82 ตำบล 677 หมู่บ้าน 22,555 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรนาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 2 แสนไร่ ถนนเสียหายกว่า 70 สาย

รวมถึงสัตว์เลี้ยงการเกษตร อีกจำนวนมาก ส่วนพื้นที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ พื้นที่ อ.นาแก มีพื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 75,000 ไร่ รองลงมาคือ อ.ศรีสงคราม นาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 25,000 ไร่

ซึ่งทางจังหวัดได้เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจดูแลช่วยเหลือทุกอำเภออย่างเร่งด่วน อาจมีบางจุดในเรื่องถนน ต้องรอให้ระดับน้ำแห้งจึงสามารถนำเครื่องจักรเข้าได้

สำหรับการช่วยเหลือนั้น ได้ทำการสำรวจช่วยเหลือเป็นรายครอบครัว ในส่วนของพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินชดเชยไร่ละ 1,113 บาท ชดเชยรายละไม่เกิน 30 ไร่ และครอบครัวที่ประสบปัญหาด้านอุทกภัย จะได้รับการช่วยเหลืออีก ครอบครัวละ 3,000 บาท ซึ่งได้มอบหมายให้อำเภอเร่งสำรวจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ที่สำคัญยังได้นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจ ฟื้นฟู ช่วยเหลือ สภาพความเป็นอยู่ให้ชาวบ้านหลังน้ำลดไปจนถึงวางแผนส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงสนับสนุนพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ คาดว่ามูลค่าความเสียหายครั้งนี้ จะต้องใช้เงินช่วยเหลือฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เพราะเสียหายหนักสุดรอบ 50 ปี

ที่มา : http://www.manager.co.th

แสดงความเห็น

comments