งานเข้าไม่หยุด! ตร.ไล่บี้กลุ่มสร้างพยานเท็จคดีครูทรัพย์-คนเลี้ยงควายโร่แจ้งจับทำยุติธรรมไทยเสื่อมเสีย

0
326 views

นครพนม – ผู้การฯ นครพนมสั่งตำรวจไล่บี้เอาผิดดำเนินคดีกลุ่มขบวนการสร้างพยานเท็จ และรับจ้างการทำผิด “คดีครูจอมทรัพย์” หลังศาลฎีกายกคำร้องขอรื้อฟื้นคดี เผยงานเข้าอีก คนเลี้ยงควายโร่ขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิดกลุ่มครูจอมทรัพย์ อ้างทำให้ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทยเสื่อมเสีย

วันนี้ (19 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วัย 55 ปี อดีตข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร ยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีขับรถยนต์ชนคนตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2548 ซึ่งศาลได้พิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนครพนมพิจารณารื้อคดี และเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2560 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกคำร้องการรื้อฟื้นคดีของครูจอมทรัพย์นั้น

ล่าสุดทางด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิติตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภว.จว.) นครพนม ได้สั่งการให้คณะทำงานเกี่ยวกับการคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ หลังศาลมีคำพิพากษาเพื่อดำเนินคดีต่อกลุ่มขบวนการที่มีหลักฐานว่าเป็นการสร้างพยานเท็จ หรือมีขบวนการรับจ้างทำผิดแทน เบื้องต้นได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ พลศรีหาราช ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สภ.นาโดนในช่วงขณะเกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย เข้าแจ้งความเอาผิดพนักงานสอบสวน 3 โรงพักที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนดำเนินคดี มี สภ.นาโดน สภ.เรณูนคร อ.เรณูนคร และ สภ.เมืองนครพนม กล่าวหาดำเนินคดีต่อ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของครูจอมทรัพย์ ที่เคยนำพยานหลักฐานสำคัญมายืนยันต่อพนักงานสอบสวนว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด หลังครูจอมทรัพย์พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2556 ก่อนมีการร้องกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรื้อฟื้นคดี

รวมไปถึง นายสับ วาปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง ซึ่งมีการแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานความผิด แจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวม 3 มาตรา มี 137 – 172 -173 ส่วนคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรอการสอบสวนขยายผล หากมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะต้องออกหมายเรียก มาสอบสวนตามขั้นตอน

ส่วนเนื้อหาสาระสำคัญ คือ ทางตำรวจพบพิรุธจากหลักฐานในการเข้าแจ้งความ รวมถึงลงประจำวันที่มาให้การตำรวจที่ สภ.เรณูนคร ของ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ว่า นายเสริฐ รูปสะอาด เป็นคนขับรถตัวจริง ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ จึงต้องการมาลงบันทึกเพื่อนำไปเป็นพยานหลักฐานช่วยครูจอมทรัพย์ ก่อนเงียบหายไป

จนกระทั่งต่อมา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ได้นำ นายสับ วาปี ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.นาโดน ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้ดำเนินคดี ยืนยันว่าเป็นคนขับรถตัวจริง ทำให้มีคนขับรถถึง 2 คน ถือเป็นข้อพิรุธสำคัญที่จะได้เป็นหลักฐาน รวมถึงสำนวนคำให้การที่ศาลจังหวัดนครพนมในการเบิกความต่อศาล ช่วงการพิจารณาไต่สวนรื้อฟื้นคดี

ทั้งหมดทางตำรวจเชื่อว่า นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง จะเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงเอาผิดขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ และจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป ในส่วนที่เหลือ หากพยานคนไหนที่มีการให้การไม่สอดคล้องกัน เมื่อเทียบกับเอกสารหลักฐานของตำรวจ เมื่อเทียบกับคำให้การของศาล จะได้ตรวจสอบดำเนินคดีทั้งหมดว่ามีเจตนาให้การเท็จหรือไม่

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (18 พ.ย.) ได้มี นายสุดใจ คำชามา อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 597/5 ถนนประชาอุทิศ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร อาชีพทำไร่ทำนา ได้ลงทุนขับรถยนต์มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.(หญิง) จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เพื่อให้ดำเนินคดีต่อนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วัย 55 ปี พร้อมพวก

โดยระบุว่า หลังศาลจังหวัดนครพนมได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในกรณีที่นางจอมทรัพย์ได้ร้องขอรื้อฟื้นคดี แต่ศาลยกคำร้อง ตนในฐานะประชาชนคนไทยรับไม่ได้ ถือว่านางจอมทรัพย์ พร้อมพวก ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และทำให้ข้าราชการตำรวจได้รับความเสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไปที่เข้าใจผิด

อีกทั้งยังต้องการอยากจะให้มีการปฏิรูปวงการตำรวจด้วย และต้องการให้ดำเนินคดีต่อการกระทำของครูจอมทรัพย์พร้อมพวก ตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป เบื้องต้นทางตำรวจได้รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อรวบรวมหลักฐาน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ที่มา : https://mgronline.com

แสดงความเห็น

comments