ชาวบ้านค้าน ม.นครพนม ใช้พื้นที่ป่าสีเขียว แฉประชาคม 2 ครั้ง บิดเบือนข้อเท็จจริง

0
472 views

นครพนม – วันที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม มีชาวบ้านหมู่ 7,8,10 และ 11 ต.นาราชควาย นำโดยนายชม แก้วบุดตา อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 142 หมู่ 10 ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าผืนสุดท้ายนาราชควาย ร่วมประชุมย่อยกับผู้แทนจากมหาวิทยาลัยนครพนม(มนพ.) คือนายพงฬ์นธี มณีกุล ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มนพ. กรณีการขอใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์”หนองศาลาเหล่าหางกวาง” ซึ่งปัจจุบันเป็นป่าสีเขียวที่เหลือเพียงแห่งเดียวในตำบลนาราชควาย เนื้อที่ทั้งหมด 151 ไร่

สืบเนื่องจาก  มนพ.เคยขอใช้พื้นที่ดังกล่าว จำนวน 96 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์กีฬา มนพ.(NPU:Sport Complex) ซึ่งมีชาวบ้านยื่นหนังสือคัดค้านมาโดยตลอด เพราะพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นป่าต้นน้ำ ที่ไหลงลงสู่แหล่งน้ำผิวดิน”หนองฮี” ที่ใช้ผลิตน้ำประปาให้กับชาวบ้านหมู่ 8 บ้านเนินสะอาด ต.นาราชควาย และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตามลำดับ ประกอบกับทาง มนพ.ยังไม่เคยศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กลับมีรายงานผลการดำเนินการ อ้างว่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์หนองศาลาเหล่าหางกวางแห่งนี้เป็นป่าละเมาะ ซึ่งนายชมยืนยันว่าช่วงเวลาดำเนินการ ไม่มีหน่วยงานใดเดินสำรวจสภาพที่แท้จริง ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์ป่าฯ ได้เดินสำรวจต้นไม้ที่อยู่ในป่า ระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม 2562 พอสรุปได้ว่ามีต้นไม้ขนาดเส้นรอบวง มากกว่า 3 เมตรขึ้นไป จำนวน 4 ต้น วงรอบ 2 -2.90 เมตร 17 ต้น ขนาดรอบวง 1-1.90 เมตร มี 144 ต้น และต้นไม้ที่มีรอบวงต่ำกว่า 1 เมตร มีจำนวนมาก  จึงไม่อาจนับจำนวนได้

ปรากฏว่าวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา มนพ.ได้วางศิลาฤกษ์การก่อสร้างสนามกีฬา Sport Complex ในเขตรั้วของ มนพ.บ้านเนินสะอาด เท่ากับว่า มนพ.ไม่ต้องการจะใช้พื้นที่ป่าสีเขียวแห่งนี้แล้ว ดังนั้น นายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม จึงมีหนังสือสอบถามไปยัง มนพ. ว่าจะใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์นี้อีกหรือไม่ เพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้างโครงการสนามกีฬาแล้ว ทาง มนพ.มีหนังสือตอบกลับมาว่ายังประสงค์ที่จะขอใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม อำเภอเมืองนครพนมจึงออกหนังสือเชิญชาวบ้าน ต.นาราชควาย หมู่ 7,8,10 และ 11 เข้าร่วมตรวจสอบการขอใช้พื้นที่

นายชม แก้วบุดตา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีโครงการก่อสร้างสนามกีฬาสปอร์ตคอมเพล็กซ์ กลุ่มชาวบ้านที่หวงแหนป่าต่างออกมาคัดค้าน แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่ชาวบ้านกลุ่มรักและหวงแหนป่าผืนสุดท้ายของชุมชน เพราะผู้นำท้องถิ่นจะไม่ฟังเสียงคัดค้าน ขณะที่ตัวแทนฝ่ายปกครองก็พูดจาเหน็บแนมตนว่า น่าจะเท้าความประวัติศาสตร์ไปยุคกรุงศรีอยุธยาเลย

นายชมกล่าวต่อว่าเมื่อ มนพ. ไปสร้างสนามกีฬาในสถานที่ใหม่แล้ว ก็ไม่ควรจะเข้ามาในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ ยังมาอ้างจะสร้างสถานปฏิบัติธรรม โดยขอใช้พื้นที่จำนวน 45 ไร่ ทั้งที่บริเวณด้านทิศเหนือของมหาวิทยาลัย ก็มีสำนักสงฆ์อยู่ก่อนแล้ว และการปฏิบัติธรรมก็ไม่จำเป็นต้องตัดไม้ทำลายป่า จึงขอคัดค้านการเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัยนครพนม และที่ผ่านมาการทำประชาคมจำนวน 2 ครั้ง ก็บิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น การนำเอาประชากรนอกเขตพื้นที่มาร่วมประชาคมด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบว่าเป็นชาวบ้านนอกหมู่บ้านไม่มีส่วนได้เสีย หรือการประชาคมครั้งที่ 2 ก็ไม่มีการตั้งกรรมการจากชุมชนเข้าร่วม

ที่มา : https://www.77kaoded.com

แสดงความเห็น

comments