ญาติทำพิธีเชิญวิญญาณเด็ก 14 ปี ขี่จยย.หนีตำรวจนครพนม ชนต้นไม้ดับ

0
35 views

ญาติทำพิธีเชิญวิญญาณเด็ก 14 ปี ขี่จยย.หนีตำรวจนครพนม ชนต้นไม้ดับ ด้านพ่อเด็ก จี้ ตร.หามาตรฐานการทำงาน ยันไล่ล่าจนตาย ไร้คุณธรรม ลั่นจะเดินหน้าหาความเป็นธรรมให้ลูกถึงที่สุด ไม่ยอมให้ตายฟรี…

ความคืบหน้าล่าสุด เกี่ยวกับคดีเจ้าหน้าที่จราจรติดตามจับกุมเด็กชายวัย 14 ปี ขับรถจักรยานยนต์ ไม่สวมหมวกกันน็อก จนเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสลา อินทะวงษ์ อายุ 52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนยางนาง หมู่ 1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมด้วยภรรยา คือ นางนิตยา อินทะวงษ์ อายุ 45 ปี รวมถึงญาติพี่น้อง ได้นำพระสงฆ์มาประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ตามความเชื่อ เพื่อบอกกล่าวผู้ตาย บริเวณจุดเกิดเหตุริมถนน สายบายพาสบ้านนาสมดี หลังวิทยาลัยเทคนิคนครพนมเดิม และบอกกล่าวดวงวิญญาณบุตรชายว่า จะเดินหน้าหาความเป็นธรรมให้ลูกชายให้ถึงที่สุด ไม่ยอมให้ตายฟรี

บิดาของผู้ตายเปิดเผยว่า มาถึงวันนี้ตนในฐานะเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถือว่ามีความดี มีเกียรติระดับหนึ่งในการทำงานกับชาวบ้าน รวมถึงช่วยเหลือทางราชการ ประวัติครอบครัว ลูกชาย 3 คน ตรวจสอบได้ไม่เคยมีประวัติเรื่องติดยาเสพติด หรือเป็นปัญหาสังคม ถึงแม้เป็นชาวไร่ชาวนา สั่งสอนลูกตลอดให้เป็นคนดี ส่วนลูกชายคนสุดท้อง อายุ 14 ปี ขับรถจักรยานยนต์ไปตามประสาเด็กวัยรุ่น เมื่อเจอด่าน เจอตำรวจ ต้องหวาดกลัวด้วยวุฒิภาวะ หากบอกว่าขับรถไปทำผิดกฎหมายตนยอมรับ ไม่ได้เข้าข้างลูกชาย แต่ถามว่า มาตรฐานการทำงานของตำรวจจราจร ยืนยันได้หรือไม่ว่าบนท้องถนนไม่มีใครกระทำผิดเลยแม้แต่คนเดียว และไม่เคยมีเด็กอายุ 14 ปีขับรถจักรยานยนต์ตามเส้นทางต่างๆ หากทำได้ อยากให้ผู้ปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดเวลา

นายเสลา กล่าวต่อว่า ทางตำรวจสันนิษฐานว่า ลูกชายหนีด่าน ฝ่าไฟแดง และอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย มันน่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ มีมาตรฐานกว่านี้ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะรถจักรยานยนต์ไม่ได้ดัดแปลงสภาพ ไม่ได้แต่งเสียงดัง แต่เพียงไม่สวมหมวกกันน็อก และลูกชายไม่เคยมีประวัติตั้งแก๊งซิ่ง เด็กแว้นก่อกวนชาวบ้าน ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ตนเข้าใจการทำงานของตำรวจ แต่ไล่ล่าลูกชายตนเอาเป็นเอาตาย ยิ่งกว่าฆาตกรก่อคดีใหญ่โต ไล่ล่ากว่า 3 กิโลเมตร สุดท้ายเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตาย มาถึงวันนี้ตนขอเรียกร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องขอความเป็นธรรมให้กับบุตรชาย ต้องแยกให้ออกระหว่างการกระทำผิดกฎจราจรกับการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ เพราะหากตำรวจทำงานโดยขาดหลักคุณธรรม ไม่มีมาตรฐาน สุดท้ายมีแต่ผลเสีย

บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า ตนขอถามคืนว่า ถ้าครอบครัวคุณสูญเสีย ลูกชายคุณตาย คุณจะรับได้หรือไม่ ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ เอาไว้ให้ตำรวจได้เจอความสูญเสียแบบนี้ ค่อยมาตอบสังคม อย่างไรก็ตามตนจะต่อสู้หาความเป็นธรรมให้กับลูกชายให้ถึงที่สุด และขอให้เป็นคดีตัวอย่าง ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกในสังคม และไม่ต้องการให้ใครมาสูญเสียคนในครอบครัวด้วยเหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments