ตร.ชะอำจับหนุ่มนครพนมลอบขนกัญชากว่า 476 กิโลฯ มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

0
1,670 views

559000013417501เพชรบุรี – ตำรวจชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จับหนุ่มนครพนม ลักลอบขนกัญชากว่า 476 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

เมื่อเวลา 19.00 น.คืนวันที่ 28 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.เกรียงไกร กิ่งสามี รอง สวป.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ชะอำ กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดป้องกันเหตุ บริเวณถนนจอมพล ตัดเข้าหมู่บ้านหนองข้าวนก หมู่ 4 ต.สามพระยา อ.ชะอำ พบรถยนต์กระบะนิสสันนาวาร่า 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน กระบะด้านหลังมีฝาปิดแครี่บอยแบบเรียบสีดำ หมายเลขทะเบียน ชจ 5528 กรุงเทพ ขับมาตามเส้นทาง เมื่อใกล้ถึงด่านตรวจได้แสดงพิรุธรีบกลับรถด้วยความเร็ว และเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านจึงขับรถไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อหลบหนีได้ประมาณ 2 กิโลเมตร รถนิสสันคันดังกล่าวได้จอดรถข้างทาง คนขับรถเป็นชาย 1 ราย ได้เปิดประตูวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางหายไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณหลังกระบะรถใต้แผ่นแครี่บอย พบถุงดำขนาดใหญ่ จำนวน 8 ถุง ภายในห้องโดยสารบริเวณที่นั่งด้านหลังพบถุงดำขนาดใหญ่แบบเดียวกันอีก 6 ถุง รวม 14 ถุง ภายในแต่ละถุงพบแท่งฟอยล์ขนาด 15×20 เซนติเมตร ซึ่งภายในบรรจุกัญชาอัดแท่งน้ำหนักก้อนละ 1 กิโลกรัม อยู่ถุงละ 34 ก้อน รวมทั้งหมดพบแท่งกัญชาอัดแท่ง 476 ก้อน น้ำหนักรวม 476 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.7 ล้านบาท

พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ เดินทางมาจุดเกิดเหตุ สั่งการปิดล้อมพื้นที่นานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถจับกุมคนขับรถคันดังกล่าวได้ สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายชาติชาย เนตวงษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 274 หมู่ 7 ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จึงควบคุมตัวมายัง สภ.ชะอำ

สอบสวนเบื้องต้น นายชาติชาย สารภาพว่า รับจ้างขนกัญชาจำนวนดังกล่าวมาจาก จ.นครพนม มุ่งหน้านำไปส่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ค่าจ้าง จำนวน 5 หมื่นบาท เดินทางออกจาก จ.นครพนม มาเมื่อช่วงสาย มีผู้ร่วมขบวนการขับรถนำหน้า 1 คัน ทิ้งระยะห่างประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อแจ้งเตือนหากพบด่านตำรวจ แต่เมื่อมาถึงด่านตำรวจดังกล่าวกลับไม่ได้รับแจ้งจึงตกใจรีบกลับรถหลบหนี ทิ้งรถวิ่งลงข้างทาง และถูกตำรวจปิดล้อมจนถูกจับกุมได้ดังกล่าว ครั้งนี้ทำเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่ถูกจับกุมพบเป็นป้ายทะเบียนปลอม ซึ่งหมายเลขทะเบียนจริงเป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า จึงเชื่อว่ามีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th

 

แสดงความเห็น

comments