ตร. นำ 23 ทหารเพื่อน “หมวดบอล” ตรวจ DNA ปมบุกยิงตายโหดในค่าย

0
34 views

ตำรวจ นำ ทหารดุริยางค์ 23 ราย เพื่อนร่วมงาน “หมวดบอล” เข้าเก็บหลักฐานดีเอ็นเอ หาเขม่าดินปืน สางปมสังหารโหดคดีบุกยิงในค่าย ยังไม่ตัดทิ้งประเด็น ชู้สาว ยิงผิดตัว ขัดแย้งภายในการทำงาน พร้อมเร่งสอบเชิงลึก แกะรอยล่าคนร้าย เชื่อเป็นคนใน รู้ความเคลื่อนไหว เส้นทางหลบหนี ด้าน “เมียหมวดบอล” ยืนยันแต่งงานมาเกือบ 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาชู้สาว ตั้งข้อสังเกตนอกจากถูกมือปืนเข้าใจผิด ยิงผิดตัว ต้นเหตุสามีเป็นคนอัธยาศัยดี ส่วนปมขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชายอมรับไม่ถึงขั้นรุนแรง

 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.64 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัชวิชญ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง จาก มทบ.210 นครพนม นำทหารเพื่อนร่วมงาน ของ ร.ท.รุ่งเฉลิม พันธ์สวัสดิ์ อายุ 34 ปี หัวหน้าหมวดดุริยางค์ทหาร มทบ. 210 ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในค่ายทหาร มาตรวจสอบเก็บหลักฐาน ดีเอ็นเอ รวมถึงเขม่า ดินปืน รวม 23 นาย นำไปประกอบเป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวน ติดตามล่าตัวคนร้ายมือปืนที่ก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบเก็บหลักฐานรอยนิ้วมือแฝงของรถจักรยานยนต์ ของผู้เสียชีวิต คือรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์ 100 ทะเบียน คขร 222 สงขลา ซึ่งขับขี่ขณะถูกยิง ส่วนในที่เกิดเหตุจากการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม ไม่พบหลักฐานปลอกกระสุน เชื่อว่าเป็นอาวะปืนลูกโม่ และยังรอผลการชันสูตรศพ ส่วนช่องทางหลบหนี ทางตำรวจสันนิษฐานว่าจะเป็นประตูด้านหลังค่าย ที่เป็นช่องทางธรรมชาติ สามารถขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปได้ เข้าไปยังชุมชนพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม โดยช่วงเกิดเหตุไม่มีเวรยาม ส่วนกล้องวงจรปิดด้านหน้าค่าย ไม่พบความเคลื่อนไหวคนร้าย และบริเวณจุดเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดมีปัญหาจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง และไม่มีไฟส่องสว่าง ซึ่งกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี

สำหรับแนวทางการสืบสวนสอบสวนทาง พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้ระดมทีมชุดสืบสวนนครพนม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ สอบสวนพยาน เก็บหลักฐานเชิงลึก รวมถึงเร่งสอบสวนบุคคลใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายคดี ตามแกะรอยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี โดยปมสาเหตุการฆาตกรรม ยังไม่ตัดทิ้งทุกประเด็น ทั้งเรื่องปัญหาชู้สาว ยิงผิดตัว ขัดแย้งเพื่อนร่วมงาน รวมถึงความขัดแย้งภายในการทำงาน อยู่ระหว่างการสอบสวน ดำเนินคดีเร่งด่วน มุ่งบุคคลภายในก่อเหตุ เพราะรู้ช่องทางหลบหนี ความเคลื่อนไหวผู้ตายเป็นอย่างดี

ล่าสุด พ.อ.สถาพร บุญชู รอง ผบ.มทบ.210 นครพนม ได้นำเงินสด จำนวน 75,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนสวัสดิการ มทบ.210 นครพนม ไปมอบให้กับ นางสาวกณิศฐ์ฐา พันธ์สวัสดิ์ อายุ 33 ปี ภรรยา ร.ท. รุ่งเฉลิม พันธ์สวัสดิ์ อายุ 34 ปี นายทหารหัวหน้าหมวดดุริยางค์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ที่เสียชีวิต เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมยืนยันจะมีการช่วยเหลือตามขั้นตอน และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ ให้แก่ ครอบครัว ทุกด้าน และยืนยัน หน่วยงานทหาร มทบ.210 นครพนม พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เพื่อหาหลักฐานทุกขั้นตอน นำคนผิดมาลงโทษให้ได้

ขณะที่ นางสาวกณิศฐ์ฐา พันธ์สวัสดิ์ อายุ 33 ปี ภรรยา ร.ท.รุ่งเฉลิม พันธ์สวัสดิ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงปมการเสียชีวิตของสามีว่า ในการเสียชีวิตของสามี คือหมวดบอล ตนยังคาใจ และคิดไม่ออกว่าจะมาจากต้นเหตุอะไร เพราะสามีไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับใครมาก่อน ส่วนปมชู้สาว ตนแต่งงานกันมา 7-8 ปี มีลูกชาย 1 คน อายุ 6 ขวบ อยู่กินกันมา ทะเลาะกันแค่เรื่องเล็กน้อยในครอบครัว สามีเป็นคนรักครอบครัว ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง ที่จะเป็นต้นเหตุ

“ตั้งข้อสังเกตหากจะเป็นไปได้ คือ ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะปกติสามีเป็นศิลปิน เป็นนักดนตรี รู้จักคนเยอะ อาจมีผู้หญิงเข้ามาพูดคุยปรึกษา ทักทายพูดคุยสนิทสนมบ้าง เพราะพื้นฐานเป็นคนอัธยาศัยดี แต่ไม่เคยมีปัญหาเชิงลึกชู้สาว เนื่องจากตนใกล้ชิดตลอดกับสามี ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามคือผู้ก่อเหตุมีความเข้าใจผิด เป็นสาเหตุให้มีการยิงผิดตัว เพราะอาจไปเข้าใจว่าสามีไปยุ่งเกี่ยวเชิงชู้สาวกับฝ่ายหญิงที่มีแฟนอยู่แล้ว อีกประเด็นคือความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน หรือมีปัญหาทะเลาะกับบุคคลอื่นถึงขั้นรุนแรงไม่เคยมีมาก่อน โดยสามีบรรจุรับราชการ หลังจบจากโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก เมื่อปี 2548 ทำงานที่ จ.ปัตตานี และย้ายมาอยู่ที่ มทบ.210 นครพนม เมื่อประมาณปี 2560 พื้นฐานครอบครัวสามี เป็นคน จ.เพชรบุรี ส่วนตนเป็นคน จ.สงลา” น.ส.กณิศฐ์ฐา กล่าว

นางสาวกณิศฐ์ฐา กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ตนแสดงออกถึงความไม่พอใจ ตั้งข้อสงสัยปัญหาการทำงานนั้น ยอมรับว่า ได้เคยกล่าวคำพูดจาไม่พอใจผู้บังคับบัญชา หลังสามีถูกยิงเสียชีวิต แต่ตนไม่ได้ปักปำใคร เป็นเพียงอารมณ์โกรธช่วงที่เสียใจ และคาใจ เกี่ยวกับการทำงานของสามี เพราะมีเรื่องเดียว ที่เคยมีปัญหาในการทำงานกับผู้บังคับบัญชา คือ กรณีก่อนนี้ถูกต้องกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรื่องการเบิกจ่ายใช้น้ำมัน ในการเดินทางไปราชการ ที่ไม่ตรงตามระเบียบ โดยไม่มีเจตนาทุจริต แต่มีการชี้แจงจบไปก่อนนี้แล้ว และไม่ได้มีการลงโทษรุนแรง แต่ยังเป็นเรื่องเดียวที่นำมาคิดเป็นประเด็นหลังสามีเสียชีวิต แต่ทั้งนี้ยังคิดตลอดว่า คงไม่ใช่ต้นเหตุที่จะถึงขั้นรุนแรงลงมือทำร้ายกันขนาดนี้ อย่างไรก็ตามตนยังคิดไม่ออก ถึงความชัดเจนของปมการทำร้ายสามีครั้งนี้ แต่เชื่อมั่นว่าหากไม่มีปมเบื้องหลังเรื่องการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือความเข้าใจผิดทางตำรวจและผู้บังคับบัญชาจะต้องตามจับคนผิดมาลงโทษให้ได้ แต่หากเรื่องนี้เงียบไปตนเชื่อว่าจะต้องมีเบื้องหลังแน่นอน และเชื่อมั่นว่าคนก่อเหตุจะต้องเป็นบุคคลภายใน เพราะยากที่คนร้ายจะเข้ามาก่อเหตุแล้วหลบหนีไปได้ภายในค่ายทหาร

นางสาวกณิศฐ์ฐา กล่าวถึงไทม์ไลน์ก่อนสามีเสียชีวิตว่า ในช่วงบ่ายได้ขับรถยนต์เข้าไปในเมืองนครพนม พร้อมสามี เพื่อไปรับลูกชาย 6 ขวบ ที่โรงเรียน และไปธุระ พอกลับถึงค่ายประมาณ 19.00 น. วันที่ 10 ก.พ.64 จากนั้นได้ขับรถยนต์ไปจอดเพื่อส่งสามี ไปที่หมวดดุริยางค์ทหาร เพื่อไปเคลียงาน และขับรถจักรยานยนต์ ที่จอดไว้กลับบ้านพัก ห่างกันประมาณ 400-500 เมตร ตนจึงกลับก่อนพน้อมลูกชาย ห่างกันประมาณ 30 นาที มีคนแจ้งว่าสามีถูกยิงเสียชีวิต ในเส้นทางหลังค่าย ระหว่างขับรถจักรยานยนต์ กลับบ้านพัก ซึ่งเป็นจุดที่มืด ปลอดคน เชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผน เตรียมการอย่างดี และรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments