นครพนมคลายล็อก เข้า-ออกจังหวัด เพิ่มกฎเหล็กสวมแมสก์ ห้ามขายเหล้าต่อ

0
324 views

ผู้ว่าฯ นครพนม สั่งคลายล็อกเข้า-ออกจังหวัด เพิ่มกฎเหล็กสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ฝ่าฝืนปรับ 2 หมื่นบาท ขยายเวลาห้ามขายเหล้า ยาวไปถึง 15 พ.ค.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังมีมาตรการเข้มต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2563 โดย จ.นครพนม มีสถิติผู้ป่วยสะสม 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากทำงานต่างจังหวัด ล่าสุดทางทีมแพทย์ที่ดูแลได้ยืนยันผลการตรวจรักษาไม่พบเชื้อ และส่งตัวกลับไปพักฟื้นที่บ้านทั้ง 2 ราย แต่ยังต้องมีการเฝ้าระวังสังเกตอาการต่อเนื่อง

ล่าสุดทางจังหวัดนครพนมได้ประชุมหารือกับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้มีมติเพิ่มเติมในการออกมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด หลังมีการออกคำสั่งล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2563 ห้ามเข้าออกจังหวัด โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งวันนี้ได้มีมติคลายล็อก แต่ยังคงเพิ่มมาตรการเข้มในการตรวจคัดกรอก ซักประวัติการเดินทางเข้า-ออกต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังได้คลายล็อกให้ประชาชนได้ค้าขายในพื้นที่ตลาด ผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชน เช่น เกี่ยวกับตลาดสดได้ผ่อนผันให้เปิดได้ในช่วงกลางวัน ตั้งแต่ 05.00-18.00 น. ส่วนตลาดที่มีลักษณะเป็นตลาดโต้รุ่ง ตลาดนัดตลาดชุมชน ให้เปิดในเวลา 16.00-20.00 น. แต่ต้องผ่านมาตรฐานการตรวจสอบจากทางอำเภอและทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอก่อนจึงจะสามารถเปิดได้ ในส่วนของการเดินทางเข้าออกจังหวัดนครพนมทั้งทางบกและทางอากาศนั้น หลังวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ไม่ต้องขออนุญาตแล้ว แต่ก่อนที่จะผ่านเข้ามาในจังหวัดนครพนมจะต้องมีการตรวจคัดกรองและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนว่าไปที่ไหน พักอยู่ที่ไหน ประวัติก่อนหน้า 14 วันเป็นอย่างไร เพื่อที่จังหวัดจะได้ประมวลข้อมูลทั้งหมด และส่งต่อไปยังอำเภอและพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. เข้าไปติดตามทุกรายที่เข้ามา

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยอีกว่า ส่วนมาตรการด้านอื่นๆ ยังคงห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครพนม ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาต ส่วนด่านชายแดนจุดผ่อนปรนอำเภอต่างๆ ยังคงปิดการเข้า-ออก และ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ 3 ยังคงห้ามเข้า-ออก ยกเว้นการขนส่งสินค้าที่กำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ยังคงมีคำสั่งให้ควบคุมสามารถจำหน่ายได้เฉพาะกลับบ้าน รวมถึงสิ่งของที่จำเป็น อาหาร เท่านั้น ที่สำคัญยังได้มีคำสั่ง ห้ามจำหน่าย สุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 รวมถึงการออกคำสั่งเข้มให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถาน หากฝ่าฝืน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายทันที มีโทษปรับสูงสุดถึง 20,000 บาท

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ความร่วมมือ ทางจังหวัดจะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากพบว่าสถานการณ์ดีขึ้น มั่นใจจะไม่เกิดการระบาด จะมีการคลายล็อก ผ่อนปรนเป็นกรณีไป ขอให้มั่นใจ ทางจังหวัดเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments