นครพนมเจอพายุลูกสอง “โซนร้อนคาจิกิ” ห่างศูนย์กลางแค่ 160 กม. ผวจ.สั่งติดตามสถานการณ์ 24 ชม.

0
36 views

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 3 กันยายน 2562 พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” แล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม.พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานความคืบหน้าจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคาจิกิ ว่า ศูนย์กลางของพายุลูกนี้อยู่เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ห่างจากจังหวัดนครพนมเพียง 160 กม.เท่านั้น จึงทำให้ในพื้นที่ของจังหวัดนครพนมมีฝนตกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงที่สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำเขตเทศบาลเมืองนครพนม   วัดได้ 7.64. ม. ต่ำกว่าระดับวิกฤต 5.36 ม.(ระดับวิกฤต 13.00 ม.) ยังสามารถรองรับมวลน้ำจากลำน้ำสาขาได้

ด้าน นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม(ปภ.ฯ) ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า ในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมแรงในหลายพื้นที่ ทำให้เขตอำเภอเมืองฯ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 9 หลัง ส่วนอำเภอธาตุพนมมีน้ำท่วมแล้ว 9 ตำบล 11 หมู่บ้าน ในเขตตำบลน้ำก่ำมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 32 หลัง โรงเรียน 3 แห่ง

อำเภอเรณูนครมวลน้ำไหลท่วม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน โดยลำน้ำบังไหลท่วมพื้นที่การเกษตรในตำบลท่าลาด และตำบลโคกหินแฮ่ ได้รับความเสียหาย 670 ไร่ มีสะพานพัง 1 แห่ง ส่วนอำเภอบ้านแพง พื้นที่ตำบลไผ่ล้อม 4 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเสียหาย 31 ครัวเรือน ถนนพัง 2 เส้น ขณะที่อำเภอนาแก ได้รับผลกระทบ 10 ตำบล 80 หมู่บ้าน ประชาชนตำบลพุ่มแกได้รับผลกระทบ 852 ครัวเรือน บ้านเสียหาย 14 หลัง ถนนพังเสียหาย 48 เส้น และบ่อปลาอีก 6 บ่อ ที่ตำบลพุ่มแก,สีชมภู,พิมาน,นาคู่ และตำบลพระซอง มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 5,248 ไร่

โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์จากกองอำนวย ปภ.กลาง และกรมอุตินิยมวิทยา กรมชลประทาน โดยให้ติดตามสถานการณ์น้ำ ระดับน้ำโขง และระดับน้ำตามลุ่มน้ำสาขาต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่ จึงสั่งต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. แล้วรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ

ที่มา : https://www.77kaoded.com

แสดงความเห็น

comments