บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม หมู่บ้านประวัติศาสตร์

0
2,043 views


         บ้านนาจอก เป็น หมู่บ้านอยู่ในเขต ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีจำนวน 129 หลังคาเรือน ประชากร 734 คน ในอดีตในช่วงสงครามอินโดจีน ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ ได้เดินทางเข้ามาเพื่อหาลู่ทางกอบกู้เอกราช อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ในช่วงปี พ. ศ 2466-2474 โดยพำนักอยู่ ณ บ้านนาจอก ท่านได้สร้างบ้านพักและเครื่องใช้ใม้สอย ปัจจุบันยังเหลือบางส่วนเป็นหลักฐาน

         บ้านของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีต้นมะพร้าว บริเวณโดยรอบได้ปลูกต้นหมากและต้นไม้ไผ่เป็นอาณาเขต ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังคงรักษาสภาพเดิม แต่บ้านพักอาศัยได้ทรุดโทรมและถูกรื้อถอนเรียบร้อยแล้ว (อยู่บริเวณบ้านนายเตียว เหงี่ยนวัน เลขที่ 48 บ้านนาจอก หมู่ที่ 5)การมาพักอยู่บ้านนาจอกเป็นเวลา 7 ปี ของท่าน เพื่อเป็นสถานที่ติดต่อประสานงานวางแผนและเคลื่อนไหวในการต่อสู้ เพื่อปลดปล่อยชาติ ซึ่งถือ ได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญยิ่ง เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งผลให้การกู้ชาติประสบผลสำเร็จ

         ด้วยความสำคัญของพื้นที่บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม ถือเป็นคุณูปการสำคัญในการกอบกู้อิสรภาพให้แก่ประเทศเวียดนาม น่าจะดำเนินการสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อสัมพันธ์ภาพอันดี ของประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อันจะนำมาซึ่งความวัฒนาถาวรสืบไป จังหวัดนครพนม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหมู่บ้านนาจอก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมิตรภาพไทย-เวียดนาม เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ไทยประชาชนเวียดนาม ให้เป็นด้วยความยั่งยืน และจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ให้เกิดขึ้นแก่ท้องถิ่น และในระดับประเทศ

         ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขณะท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครพนม ได้มีการดำริให้จังหวัดนครพนม และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาบ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการพัฒนารายได้ให้แก่ท้องถิ่น และระดับประเทศ

         ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมาได้มีการติดต่อประสานงานระหว่างการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้แจ้งความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามว่า รัฐบาลเวีนดนามยินดีสนับสนุนแนวความคิดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จะร่วมกับจังหวัดนครพนม ดำเนินการโครงการพัฒนาบ้านนาจอก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมิตรภาพ ไทย-เวียดนาม ทางรัฐบาลเวียดนามได้กำหนดให้พิพิธภัณฑ์อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ กระทรวงวัฒธรรมและข่าวสารเวียดนามเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับฝ่ายไทย กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้แจ้งเป็นการภายในว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมูลนิธิ Foudation For Reseatch and Development Network (FRDN) ได้มีการประสานงานเพื่อร่วมดำเนินการ

         วันที่ 15 ธันวาคม 2542 ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างห่อการค้าจังหวัดนครพนม ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม และพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Museum Of Ho Chi Minh : MHOM) ของเวียดนาม โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อเครือข่ายของการวิจัยและพัฒนา (Fand for Research and Developmen Network) ซึ่งข้อตกลงจะดำเนินการร่วมกันคือ

         (1) ร่วมมือกันศึกษาค้นคว้าและรวบรวมสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติและเรื่องราวที่สำคัญของอดีตประธานาธิบดีโฮ จิมินห์ ทั้งในประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราว ของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ในช่วงที่พำนักอยู่ที่บ้านนาจอก
         (2) การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนและผู้ชำนาญระหว่างกัน
         (3) แลกเปลี่ยนการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวขัอง
         (4) ประสานงานในการจัดประชุมทางวิชาการ ฯลฯ

         วันที่ 23 พฤษภาคม 2544 เอกอัคราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงฮานอย ได้เข้าพบรือกับนายเหงียน วันติณ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงวัฒนาธรรม และข่าวสารเวียดนาม และผู้ชำนาญการพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ที่กระทรวงวัฒนาธรรมและข่าวสารเวียดนาม ซึ่งได้รับแจ้งว่าพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ มีการรวบรวมเอกสารสำคัญ ภาพถ่าย เครื่องใช้สอย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อมอบให้ฝ่ายไทยไว้จัดแสดง และขอให้ฝ่ายไทยได้แจ้งรายละเอียดเนื้อที่แผนผัง และการจัดสถานที่ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ไปเพื่อทราบ

         บ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านอยู่ในเขต ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีจำนวน 129 หลังคาเรือน ประชากร 734 คน ในอดีตในช่วงสงครามอินโดจีน ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ ได้เดินทางเข้ามาเพื่อหาลู่ทางกอบกู้เอกราช อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ในช่วงปี พ. ศ 2466 – 2474 โดยพำนักอยู่ ณ บ้านนาจอก ท่านได้สร้างบ้านพักและเครื่องใช้ใม้สอย ปัจจุบันยังเหลือบางส่วนเป็นหลักฐาน

         บ้านของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีต้นมะพร้าว บริเวณโดยรอบได้ปลูกต้นหมากและต้นไม้ไผ่เป็นอาณาเขต ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังคงรักษาสภาพเดิม แต่บ้านพักอาศัยได้ทรุดโทรมและถูกรื้อถอนเรียบร้อยแล้ว (อยู่บริเวณบ้านนายเตียว เหงี่ยนวัน เลขที่ 48 บ้านนาจอก หมู่ที่ 5)การมาพักอยู่บ้านนาจอกเป็นเวลา 7 ปี ของท่าน เพื่อเป็นสถานที่ติดต่อประสานงานวางแผนและเคลื่อนไหวในการต่อสู้ เพื่อปลดปล่อยชาติ ซึ่งถือ ได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญยิ่ง เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งผลให้การกู้ชาติประสบผลสำเร็จ

         ด้วยความสำคัญของพื้นที่บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม ถือเป็นคุณูปการสำคัญในการกอบกู้อิสรภาพให้แก่ประเทศเวียตนาม น่าจะดำเนินการสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อสัมพันธ์ภาพอันดี ของประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม อันจะนำมาซึ่งความวัฒนาถาวรสืบไป จังหวัดนครพนม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหมู่บ้านนาจอก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมิตรภาพไทย – เวียตนาม เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ไทยประชาชนเวียตนาม ให้เป็นด้วยความยั่งยืน และจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ให้เกิดขึ้นแก่ท้องถิ่น และในระดับประเทศ

         ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขณะท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครพนม ได้มีการดำริให้จังหวัดนครพนม และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาบ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการพัฒนารายได้ให้แก่ท้องถิ่น และระดับประเทศ

         ตั้งแต่ปี พ . ศ 2542 เป็นต้นมาได้มีการติดต่อประสานงานระหว่างการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศเวียตนามอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้แจ้งความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศเวียตนามว่า รัฐบาลเวีนตนามยินดีสนับสนุนแนวความคิดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จะร่วมกับจังหวัดนครพนม ดำเนินการโครงการพัฒนาบ้านนาจอก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมิตรภาพ ไทย – เวียตนาม ทางรัฐบาลเวียตนามได้กำหนดให้พิพิธภัณฑ์อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ กระทรวงวัฒธรรมและข่าวสารเวียตนามเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับฝ่ายไทย กระทรวงการต่างประเทศเวียตนามได้แจ้งเป็นการภายในว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมูลนิธิ Foudation For Reseatch and Development Network ( FRDN ) ได้มีการประสานงานเพื่อร่วมดำเนินการ

         วันที่ 15 ธันวาคม 2542 ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ ( Memorandum of Understanding : MOU ) ระหว่างห่อการค้าจังหวัดนครพนม ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม และพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ( Museum Of Ho Chi Minh : MHOM ) ของเวียตนาม โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อเครือข่ายของการวิจัยและพัฒนา ( Fand for Research and Developmen Network ) ซึ่งข้อตกลงจะดำเนินการร่วมกันคือ1. ร่วมมือกันศึกษาค้นคว้าและรวบรวมสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติและเรื่องราวที่สำคัญของอดีตประธานาธิบดีโฮ จิมินห์ ทั้งในประเทศไทย และประเทศเวียตนาม ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราว ของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ในช่วงที่พำนักอยู่ที่บ้านนาจอก2. การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนและผู้ชำนาญระหว่างกัน3. แลกเปลี่ยนการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวขัอง4. ประสานงานในการจัดประชุมทางวิชาการ ฯลฯ

         วันที่ 23 พฤษภาคม 2544 เอกอัคราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงฮานอย ได้เข้าพบรือกับนายเหงียน วันติณ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงวัฒนาธรรม และข่าวสารเวียตนาม และผู้ชำนาญการพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ที่กระทรวงวัฒนาธรรมและข่าวสารเวียตนาม ซึ่งได้รับแจ้งว่าพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ มีการรวบรวมเอกสารสำคัญ ภาพถ่าย เครื่องใช้สอย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อมอบให้ฝ่ายไทยไว้จัดแสดง และขอให้ฝ่ายไทยได้แจ้งรายละเอียดเนื้อที่แผนผัง และการจัดสถานที่ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ไปเพื่อทราบ

         ต้นปี 2545 จังหวัดนครพนม ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม ได้จัดโครงการปรับปรุงพื้นที่หมู่บ้านนาจอก โดยจัดสร้างบ้านพักจำลองของอดีตประธานาธบดีโฮจิมินห์ และองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งได้รวบรวมงบประมาณจัดตั้งกองทุนนำไปดำเนินการจำนวน 219,912 บาท ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีบุคคลสำคัญ ที่ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์หลายคณะ ที่สำคัญ ได้เดินทางมาเยือนบ้านนาจอก ชมบริเวณที่เคยเป็นที่พักอาศัยของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ได้แก่

         (1) นายมุย ซวนยิค ผู้ว่าการท่องเที่ยว แห่งประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2541
         (2) ฯพณฯ เหงี่ยน คินมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2542
         (3) นายเล มินเฮือง อธิบดีกรมตำรวจ ประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2542
         (4) ฯพณฯ ท่านฟาน วัน ขาย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 รัฐบาลไทยได้เชิญ ฯพณฯ ท่านฟาน วัน ขาย นายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนาม มาเยือนประเทศไทย และได้ให้เกียรติแก่จังหวัดนครพนมเดินทางมาเยือนพื้นที่โครงการ ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนามต้นปี 2545 จังหวัดนครพนม ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม ได้จัดโครงการปรับปรุงพื้นที่หมู่บ้านนาจอก โดยจัดสร้างบ้านพักจำลองของอดีตประธานาธบดีโฮจิมินห์ และองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งได้รวบรวมงบประมาณจัดตั้งกองทุนนำไปดำเนินการจำนวน 219,912 บาท ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีบุคคลสำคัญ ที่ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์หลายคณะ ที่สำคัญ ได้เดินทางมาเยือนบ้านนาจอก ชมบริเวณที่เคยเป็นที่พักอาศัยของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ได้แก่
         (1) นายมุย ซวนยิค ผู้ว่าการท่องเที่ยว แห่งประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2541
         (2) ฯพณฯ เหงี่ยน คินมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2542
         (3) นายเล มินเฮือง อธิบดีกรมตำรวจ ประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนาม ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2542
         (4) ฯพณฯ ท่านฟาน วัน ขาย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 รัฐบาลไทยได้เชิญ ฯพณฯ ท่านฟาน วัน ขาย นายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนาม มาเยือนประเทศไทย และได้ให้เกียรติแก่จังหวัดนครพนมเดินทางมาเยือนพื้นที่โครงการ ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และประเทศสาธารณสังคมนิยมเวียตนาม

ที่มา : http://najok.com

แสดงความเห็น

comments