ปริศนาธรรม “สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป”

4
36,320 views

ภาพจาก : http://www.phuketdata.net

สี่คนหาม ตามตำนาน ท่านกล่าวย้ำ
คือดินน้ำ ลมไฟ ในธาตุขันธ์
ประกอบเป็น ตัวตน แตกต่างกัน
ต่างเผ่าพันธุ์ เพราะกรรม ที่ทำมา

สามคนแห่ นั้นไซร้ คือไตรลักษณ์
ใกล้ตัวนัก แต่เหมือนไกล ไม่ศึกษา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
มิอาจพา หลุดพ้น วังวนมาร

อีกหนึ่งคน นั่งแคร่ นั้นแน่นัก
มาหลงรัก ว่าเป็นเรา น่าสงสาร
เมื่อเกิดขึ้น ก็คงอยู่ ได้ไม่นาน
ย่อมถึงกาล ดับไป แต่ไรมา

ยามมอดม้วย ชีวา ต้องลาจาก
มีเพื่อนยาก สองคน ตามไปหา
คือบุญบาป เท่านั้น ติดตามมา
บุญรักษา บาปชดใช้ ไปตามกรรม

ปริศนา ธรรมนี้ไซร้ สอนให้คิด
เพื่อเตือนจิต ตนไว้ ไม่ถลำ
มีสติ ระลึกได้ ใส่ใจจำ
ถึงพระธรรม คำสอน พระศาสดา

สรุปให้เข้าใจสั้นๆ ก็คือ

1. สี่คนหาม ร่างกายของคนประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อคนตายหรือร่างกายแตกดับ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แตกดับ อันดับแรก ลมจะดับก่อน เมื่อลมดับ ไฟก็จะดับตามมา    ดังจะเห็นว่าเมื่อสิ้นลมหายใจแล้วกายจะเย็น  ต่อมาดินและน้ำก็จะดับตามเกิดการเน่าเหม็น พุพอง สลายลง

2. สามคนแห่ คือ ไตรลักษณ์ เป็นธรรมะที่ทำให้เป็นพระอริยะ (อริยกรธรรม) แปลว่า ลักษณะ 3 ประการ หมายถึงสามัญลักษณะ คือ กฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวง อันได้แก่

อนิจจลักษณะ (อนิจจัง) ลักษณะไม่เที่ยง มีการแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา

ทุกขลักษณะ (ทุกขัง) ลักษณะทนอยู่ตลอดไปไม่ได้ ถูกบีบคั้นด้วยอำนาจของธรรมชาติทำให้ทุกสิ่งไม่สามารถทนอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดไป และ

อนัตตลักษณะ (อนัตตา) ลักษณะไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามต้องการได้ เช่น คนเราไม่สามารถบังคับให้มีชีวิตยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป ไม่สามารถบังคับจิตใจให้เป็นไปตามปรารถนา ความมิใช่ตัวตน เป็นต้น

ไตรลักษณ์ คือ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ทุกสิ่งในโลกนี้นั้นล้วนตั้งอยู่ในกฎไตรลักษณ์

3. หนึ่งคนนั่งแคร่ คือ จิตของเรา เมื่อเรายังมีชิวิตอยู่ จิต ตัวนี้จะอยู่กับเราซึมซับเอาบุญ    เมื่อเราทำความดีหรือบุญกุศล ซึมซับเอาบาป เมื่อเราทำบาป อกุศล แต่เมื่อเราตายไป จิต นี้แหละจะเป็นผู้ไปยังปรโลก พูดง่าย ๆ ว่าถึงร่างเราตายจิตไม่ตาย จิตเป็นตัวเดินทาง
1.ไปที่ดีเรียกว่า “สุขติ” ถ้ามีบุญเช่นเกิดเป็นมนุษย์ในโลก เกิดเป็นเทวดาในสวรรค์ เกิดเป็นพรหมในพรหมโลก
2.ไปที่ไม่ดีเรียกว่า “ทุขคติ” เช่นเกิดเป็นสัตว์นรกในนรก เกิดเป็นเปรตในโลก เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ในโลก เป็นต้น

4. สองคนพาไป คือ บาปจะพาไปลงนรก และบุญจะพาไปขึ้นสวรรค์

บุญและบาป สองสิ่งนี้ จะติดกับดวงจิตไปยามตาย คนทั่วไปเรียกว่าวิญญาณ อันที่จริงแล้ว คือจิตนั่นเองที่ไม่ตายไปพร้อมกับร่างกาย แต่ดวงจิต จะล่องลอยออกไปตามแรงของบุญหรือบาป ถ้าแรงบุญมากก็ไปที่สูง เรียกว่าสุขคติ แต่ถ้าแรงบาปมากก็จะไปที่ต่ำ เรียกว่าทุขคติ

แสดงความเห็น

comments

4 COMMENTS

  1. ชื่อนั้น เป็นแค่สิ่งสมมุติ ที่ใช้เรียกขาน

    หนึ่งคนนั่งแคร่ คือ จิต ครับไม่ใช่กาย ไอที่หมายถึงกายก็สี่คนหาม ไม่ใช่หรอครับ

  2. ชื่อนั้น เป็นแค่สิ่งสมมุติ ที่ใช้เรียกขาน

    นครพนม เอ็นเคพีทูเดย์ดอทคอม ครับ

  3. ชื่อนั้น เป็นแค่สิ่งสมมุติ ที่ใช้เรียกขาน

    นครพนม เอ็นเคพีทูเดย์ดอทคอม ครับ