พ่อร้องลูกตาย! อ้างคนทำเป็นทหาร ขอให้ช่วยพาไปบำบัด กลับทำร้ายเสียชีวิต

0
179 views

พ่อร้องสื่อ ลูกป่วยเครียด ซึมเศร้า ถูก 3 นายทหารทำร้าย หลังให้ช่วยพาไปบำบัด แต่ลูกขัดขืน เลยถูกยิง-ไม้ตีศีรษะ จนเสียชีวิต ขอเก็บศพไว้ในโลงเย็น รอหน่วยงานเกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ …

วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม มี นายดุสิต ถานัน อายุ 65 ปี ชาว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมญาติพี่น้อง นำเอกสารหลักฐาน สำคัญ เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ไปยังหน่วยงานทหาร กรณีได้รับความเดือดร้อน อ้างว่า นายพัฒนพงษ์ ถานัน อายุ 36 ปี ลูกชาย ซึ่งเคยทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือนสูงกว่า 20,000 บาท และจบการศึกษาถึงระดับชั้นปริญญาตรี ถูกเจ้าหน้าที่ ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.เรณูนคร จ.นครพนม สังกัด มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม จำนวน 3 นาย ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธปืนยิง และใช้ไม้ทุบตีศีรษะ จนเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้หมู่บ้าน เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การชันสูตรของแพทย์โรงพยาบาลเรณูนคร ระบุสาเหตุการเสียชีวิต เพราะได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 1 นัด บริเวณขาขวา 1 นัด นอกจากนี้ศีรษะยังถูกทุบตีด้วยของแข็ง จนศีรษะยุบ

ซึ่งทางพ่อ และญาติของผู้ตาย ได้นำศพ นายพัฒนพงษ์ เก็บไว้ในโรงเย็น เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ที่วัดศรีธนนชัย บ้านนาโดนใหม่ หมู่ 7 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยญาติยืนยันว่า จะไม่ยอมทำพิธีฌาปนกิจศพ จนกว่าจะมีหน่วยงานทหารออกมารับผิดชอบ เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ ที่ สภ.นาโดน จนกระทั่งปัจจุบัน ผ่านไปเกือบ 1 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี ทั้งที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ ที่สำคัญยังไม่มีหน่วยงานทหารเข้ามาดูแลช่วยเหลือครอบครัว

นายดุสิต ถานัน อายุ 65 ปี พ่อผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนมีลูก 3 คน คนที่เสียชีวิตเป็นคนโตเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่ง ตนหาเงินรับจ้าง ทำไร่ทำนา ส่งเรียนหนังสือจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราคำแหง จากนั้นลูกได้เข้าทำงานบริษัทเอกชนที่ กทม. ได้เงินเดือนกว่า 20,000 บาท ซึ่งลูกก็ส่งเงินมาดูแล พ่อแม่ เป็นเสาหลัก เป็นความหวังครอบครัว กระทั่ง 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา ลูกชายได้ตัดสินใจไปทำงานเมืองนอก เนื่องจากมีเพื่อนชวนว่า ค่าแรงสูง เพราะอยากช่วยพ่อแม่ให้มีฐานะดีขึ้น จึงตัดสินใจลาออกไปทำงานที่ประเทศฟินแลนด์ แต่ผิดหวังถูกหลอกไป 3 เดือน ก่อนถูกส่งตัวกลับ

หลังกลับมาลูกเกิดความเครียด เพราะเป็นคนจริงจังกับชีวิต จึงตัดสินใจมาช่วยพ่อ ทำไร่ทำนาอยู่บ้าน จนปีที่ผ่านมาเกิดป่วยเป็นโรคเครียด จนต้องพาไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยามาทานอย่างต่อเนื่อง ช่วงหลังลูกไม่กินยา และมีอาการซึมเศร้า แต่ไม่เคยทำร้ายใคร มีเพียงทะเลาะกันในครอบครัว และยังสามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ตามปกติ

ล่าสุด วันเกิดเหตุผู้ตายได้มีปากเสียงทะเลาะกับหลานสาว อายุ 17 ปี ผู้ตายจึงเอามีดมาพยายามทำร้าย และถูกขาหลานสาวเป็นแผล แต่ไม่ได้เป็นแผลลึก ตนผู้เป็นพ่อจึงดุด่า และห้ามไว้ ต่อมาจึงได้หารือกับเพื่อนบ้าน ผู้นำชุมชน อยากหาทางนำลูกไปรักษา กลัวคลุ้มคลั่งรุนแรงมากกว่านี้ เพราะช่วงหลังกลายเป็นคนสูบบุหรี่จัด แต่ไม่ดื่มเหล้า จนมีคนแนะนำให้ติดต่อทหาร มาช่วยคุมตัวไปรักษาฟื้นฟูที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุรุนแรงถึงขั้นนี้

นายดุสิต กล่าวอีกว่า เช้าวันเกิดเหตุขณะตนไม่อยู่บ้าน พาหลานสาวไปล้างแผลที่โรงพยาบาล ลูกชายอีกคนโทรมาแจ้งว่า ทหารจะมาคุมตัวพี่ชาย คือ ผู้ตายไป หลังตนได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ ตนพยายามแจ้งให้รอตนกลับไปบ้าน แต่ไม่ทัน ขณะผู้ตายไปเฝ้าสวนเกษตรในทุ่งนา ทหารได้เข้าไปหาพูดคุย จะคุมตัวไปรักษา แต่ผู้ตายขัดขืน วิ่งหนี เพราะเป็นคนที่มีความเครียดอยู่แล้ว คงเกิดความหวาดกลัว ทหาร 3 นาย จึงพยายามเข้าจับกุมตัว จนเกิดความรุนแรง ผู้ตายพยายามต่อสู้ และวิ่งหลบหนี ทหารอีกคนจึงชักปืนพกขึ้นยิง 3 นัด เข้าที่ขาขวาผู้ตาย 1 นัดจนทะลุ พอล้มลง ก็ใช้ไม้ทุบตีศีรษะจนเสียชีวิตคาที่ ลูกชายอีกคนพยายามวิ่งไปช่วยเหลือไม่ทัน

จากนั้นทหารจึงพยายามหาทางนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ทัน ลูกชายเสียชีวิตแล้ว ตนจึงอยากรู้ว่า ลูกทำผิดอะไร ไม่เคยฆ่าใครตาย เค้าแค่ป่วย และอยากให้ช่วยพาไปรักษา เนื่องจากเค้าคือเสาหลักของบ้าน มาถึงวันนี้ครอบครัวสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือ มีเพียงทหารที่ทำร้ายลูกชาย มาเสนอว่า จะให้เงินช่วยเหลือ 1 แสนบาท ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ขอรับ และจะได้นำศพลูกชายแช่เย็นไว้ในโรงเย็นที่วัด จนกว่าจะมีคนออกมารับผิดชอบ.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments