“มงคลกิตติ์” ลุย อ.นาแก จี้แก้ไขโปรเจกต์โรงคัดแยกขยะร้าง งบ 72 ล้าน หลังพบปล่อยร้างกว่า 6 ปี สตง.ฟันเอาผิด คืนเงิน ไม่คุ้มทุน ชู เสนอรัฐบาลแก้ไข

0
53 views

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 ที่ จ.นครพนม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อหน้าใหม่ พร้อมคณะ ผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะชาวบ้าน เพื่อตรวจสอบติดตามเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ภาคอีสาน จ.นครพนม เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการจัดซื้อเครื่องคัดแยกขยะของเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งมีการจัดสร้างขึ้นแล้วเสร็จในปี 2554 จากการพัฒนาบ่อขยะฝังกลบจุดเดิมในเนื้อที่ ประมาณ 70 ไร่ ตั้งอยู่ในเขต บ้านโพนสวรรค์ ต.นาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม โดยได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทศบาลตำบลนาแก เป็นวงเงินประมาณ 72 ล้านบาท แต่ภายหลังก่อสร้างเสร็จ ใช้งานคัดแยกขยะได้ประมาณ 2 ปี เกิดปัญหาทั้งค่าใช้จ่ายสูง เดือนละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท และไม่สามารถคัดแยกขยะได้ จึงต้องมีการหยุดเดินเครื่อง ปล่อยร้างมาร่วม 6 ปี ทำให้เกิดปัญหา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่รองรับขยะจากพื้นที่ใกล้เคียงรวม 4 อำเภอ มี อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร และ อ.ธาตุพนม มีขยะเข้ามาวันละประมาณ 20 ตัน แต่ยังคงใช้วิธีฝังกลบ ทำให้เกิดปัญหา ขยะเริ่มล้นบ่อ เพราะไม่สามารถคัดแยกทำลายได้

ทั้งนี้สำหรับโครงการก่อสร้างบ่อกำจัดขยะ รวมทั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบผสมผสาน กลุ่มพื้นที่ 3 ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาแก ถือเป็นโครงการรัฐบาลที่สนับสนุน จัดสรรงบประมาณลงมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และยังมีการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า จนกระทั่งในที่สุดสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 จ.อุบลราชธานี เข้าไปตรวจสอบและมีคำสั่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2560 ชี้มูลว่าใช้ประโยชน์ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และไม่มีการใช้ประโยชน์ทั้งระบบ รวมทั้งไม่สามารถปรับปรุงหรือซ่อมแซมให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จนเป็นเหตุทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย พร้อมมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินคดีทั้งละเมิด อาญาและแพ่ง ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่พบว่าในการสอบสวนเอาผิดยังคงยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี จนกระทั่งล่าสุดยังไม่มีผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซ้ำร้ายยังปล่อยให้เกิดปัญหามลภาวะให้กับชุมชนในพื้นที่อีกด้วย

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เผยว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนไม่ได้ก้าวก่ายหน้าที่ของส.ส.พื้นที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้แจ้งให้ทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบ รวมถึงผู้บริหารเทศบาลตำบลนาแก เพราะต้องการจะเป็น ส.ส.ทำงานรูปแบบใหม่ และจะเดินสายลงพื้นที่ ตรวจสอบหาทางช่วยเหลือแก้ไข สะท้อนปัญหาชาวบ้านภาพรวมให้กับรัฐบาล จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข เข้าถึงปัญหาประชาชนแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกันกับปัญหาโครงการจัดสร้าง โรงงานคัดแยกขยะแห่งนี้ งบกว่า 72 ล้าน ตรวจสอบแล้วไม่สามารถใช้งานได้คุ้มค่า สาเหตุยังไม่ขอชี้ประเด็นถึงเรื่องทุจริต ปล่อยให้เป็นหน้าที่หน่วยงาน เพียงต้องการหาทางออกให้รัฐบาลหาทางแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ เนื่องจากท้องถิ่นขาดงบประมาณการแก้ไขปัญหา เดินเครื่องแล้วไม่คุ้มทุน จึงต้องหยุดและใช้การฝังกลบแทน อย่างไรก็ตามจะนำเรื่องนี้เข้าสภาผู้แทนเป็นกรณีพิเศษ ให้รับรู้ว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องไปแก้ไข ปล่อยไว้คงทิ้งร้างสูญเปล่า ฝากถึง มท.1 พิจารณาแก้ไข เพราะปัญหาส่วนหนึ่งติดข้อกฎหมาย ท้องถิ่นไม่สามารถจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการได้ ปล่อยไว้เชื่อว่าปัญหาตามมาแน่นอน

ด้าน นายวิทยา แสงสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า ยอมรับเครื่องคัดแยกขยะที่สร้างขึ้นตั้งแต่ผู้บริหารชุดเดิมมีปัญหาไม่คุ้มทุน และเครื่องไม่สามารถคัดแยกได้จริงตามเป้าหมาย ทำให้เกิดปัญหาทางเทศบาลได้พยายามหาทางแก้ไข นำเอกชนมาตรวจสอบศึกษาเพื่อเข้ามาประมูลบริหารจัดการ แต่ยังติดปัญหาหลายอย่าง อาทิ จุดคุ้มทุน รวมถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการทำเรื่องอนุมัติให้เอกชนเข้ามาบริหารงาน จึงต้องปล่อยไว้ตามสภาพ อย่างไรก็ตามทางเทศบาลได้พยายามดูแล แก้ไขปัญหามลภาวะ ใช้วิธีฝังกลบทำลายขยะ ซึ่งในอนาคตอยากให้รัฐบาลมาช่วยแก้ไข ส่วนการสอบสวนเอาผิดตามกระบวนการ เรื่องยังอยู่ที่การพิจารณาของจังหวัด.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments