มวยถูกคู่ จับตา มติสภา ม.นครพนม ชี้ชะตาคณบดี ว.การบินนานาชาติ คาดไม่ต่างจากอดีต

0
57 views

นครพนม – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีวันเสาร์ที่ 21 กันยายน นี้ มหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) มีหนังสือถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ประชุมครั้งที่ 9/2562 (สามัญ) ห้องประชุมพนมเมธี อาคารสารสนเทศเพื่อการบริหาร สำนักงานอธิการบดี บ้านหนองเซา ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม ในเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป แต่การส่งหนังสือเชิญคณะกรรมการฯ นั้น มีความแปลกพิสดารเพราะหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ ถึงมือกรรมการฯเพียงไม่กี่คน นอกนั้นจะใช้วิธีโทรศัพท์แจ้ง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการประชุมลับมากจริงๆ

นอกจากมีประเด็นเรื่องเร่งด่วนพิจารณา ตามรายงานข้อเท็จจริง กรณี นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งกระทู้ถาม ปัญหาการบริหารงานและการทุจริตคอรัปชั่นใน มนพ. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 กันยายน และวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา และพิจารณาสรุปข้อเท็จจริง กรณีอากาศยานแบบ Diamond DA ทะเบียน 42 HS-IAN ประสบอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นญาติกับ ผศ.ดร.พัฒนพงษ์ วันจันทึก รักษาการอธิการบดี มนพ.รวมอยู่ด้วย

ประเด็นที่น่าจับตามองในวันดังกล่าว ยังมีวาระ การพิจารณารายงานการประเมินผลการบริหารงานของ พล.อ.อ วรฉัตร ธารีรัตน์ คณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาติ (ว.การบิน) มหาวิทยาลัยนครพนม รอบการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ครบสองปี (ตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง)

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าใน มนพ. นั้น คณบดี ว.การบิน เป็นไม้เบื่อไม้เมากับผู้บริหาร มนพ. เพราะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมักมีปัญหาถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้ง ถึงขนาดมีการคาดโทษ ทำนองว่าถึงเวลาประเมินผลงานแล้วเจอกัน ซึ่งจะได้ประจักษ์อีกครั้งหนึ่งว่า ผู้บริหาร ม.นครพนมจะสามารถเล่นงานคณบดี ว.การบินนานาชาติได้เหมือนดั่งที่เคยใช้มุขนี้เล่นงานผู้บริหารรายอื่นๆ มาแล้วได้หรือไม่

ดังนั้น ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยนครพนมในวันที่ 21 กันยายน นี้ จึงน่าจับตามองวาระการประเมินผลการบริหารงานของคณบดี ว.การบิน เป็นอย่างยิ่งว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร โดยแหล่งข่าวในมหาวิทยาลัยนครพนมเปิดเผยว่ากรรมการสภา มนพ. ส่วนใหญ่ไม่มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ เพราะถูกครอบงำจากผู้มีอำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษ กับตำแหน่งกรรมการสภาฯของตนเอง จึงมักลงมติตามที่ผู้มีอำนาจมีใบสั่งมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากบุคคลหลากหลายอาชีพในจังหวัดนครพนม ภายหลังมีการแก้ข้อบังคับแล้วเอาคนของตนเข้ามาแทน ดังนั้นกรรมการส่วนใหญ่ จึงเป็นเสมือนหุ่นยนต์ที่คอยรับคำสั่งให้ซ้ายหันหรือขวาหันเท่านั้น

ดังนั้นจึงขอให้จับตามองผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปีของ คณบดี ว.การบิน ซึ่งน่าจะไม่แตกต่างจาก รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ อดีตอธิการบดี หรือ ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร อดีตคณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ที่กรรมการสภาฯมีมติให้ประเมินไม่ผ่าน จนมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และผู้ถูกประเมินไม่ผ่านก็ชนะคดีทุกครั้ง ซึ่งหากผลการประเมินออกมาไม่เป็นคุณต่อคณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาติ คงต้องมีการสวนกลับอย่างแน่นอน

นอกจากนี้แหล่งข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า จะมีการแก้ข้อบังคับเกี่ยวกับผู้ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งมีอดีตผู้บริหารเข้ามาสั่งงานนิติกรเป็นผู้ร่างข้อบังคับนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากอดีตผู้บริหารถูกศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ประทับรับฟ้องแล้วอย่างน้อย 2 คดี และกรรมการสภาฯก็พลอยรับเคราะห์จากการใช้อำนาจโดยมิชอบไปด้วย ดังนั้น การออกข้อบังคับนี้เพื่อช่วยเหลืออดีตผู้บริหารรายนี้โดยเฉพาะหรือไม่ หากคณะกรรมการสภา มนพ.บ้าจี้ ยอมให้ข้อบังคับนี้ผ่าน อาจเกิดการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นตามอำเภอใจ และเป็นการนำเงินของมหาวิทยาลัยซึ่งได้มาจากค่าเทอมเป็นหลัก มาช่วยผู้กระทำผิดในการต่อสู้คดี

เช่นเดียวกับการที่ มหาวิทยาลัยนครพนมได้ออกหนังสือที่ อว.0609/ว2103.12 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2562 เรื่องห้ามคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสถาบัน และผู้อำนวยการกอง ห้ามให้ข่าวต่อสื่อมวลชนทุกแขนง โดยอ้างว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นฯของมหาวิทยาลัยนครพนม เหมือนมีเจตนาจะปิดปากไม่ให้บุคลากรออกมาเรียกร้องสิทธิ์หรือให้ข่าวใดๆต่อสื่อมวลชน ด้วยเกรงว่าเรื่องไม่ดีทีตนเองและพวกพ้องได้กระทำไว้จะถูกเปิดเผยตีแผ่ ต่อสาธารณนั่นเอง การออกข้อบังคับนี้จึงเป็นการลิดรอนสิทธิ์เสรีภาพขั้นพื้นฐาน ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยนครพนมอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา : https://www.77kaoded.com

แสดงความเห็น

comments