ยิ่งกว่าละคร 3 ชีวิตอาศัยเล้าไก่ซุกหัวนอน ซ้ำป่วยเรื้อรังกันทั้งบ้าน

0
478 views

นครพนม – ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าว 3 ชีวิตแสนรันทดใช้เล้าไก่เป็นที่ซุกหัวนอน หัวหน้าครอบครัววัยเฉียด 70 ปีป่วยเบาหวาน ความดัน ลูกสาวป่วยโรคไต ขณะที่หลานชายอายุ 3 ขวบเศษเป็นโรคลมชัก ทุกวันนี้มีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ใช้จ่ายพอประทังชีวิต

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ว่า พบครอบครัวหนึ่งอยู่กันอย่างแร้นแค้น หัวหน้าครอบครัวเป็นชายชราอยู่กับลูกสาวและหลานชาย ใช้ชีวิตอย่างน่าสงสาร จึงประสานไปยัง อบต.ดอนนางหงส์ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ถึงพื้นที่รับแจ้ง พบบ้านหลังดังกล่าวไม่มีเลขที่ ปลูกอยู่ท้ายหมู่บ้านของบ้านโนนสะอาด หมู่ 8 ห่างไกลชุมชนหลายกิโลเมตร ทั้ง 3 ชีวิตอาศัยเล้าไก่เก่าเป็นที่ซุกหัวนอนในสภาพโกโรโกโส ใช้วัสดุที่หาง่าย เช่น ฝาเอาไม้ไผ่สานเป็นโครงแล้วนำกระดาษถุงปูนซีเมนต์ใส่เป็นที่กันแดดกันฝน หลังคามุงจาก ภายในมีเพียงที่นอนและมุ้งเก่าๆ ขมุกขมัวที่มองไม่เห็นสีเดิม

ผู้ที่พักอาศัยในเล้าไก่เก่าๆ นี้ ประกอบด้วย นายเลิศศักดิ์ โมรัตน์ อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ในบัตรประชาชนระบุ 11 หมู่ 5 (บ้านโคกสว่าง) ต.ดอนนางหงส์ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านนี้ไม่ไกลนัก พร้อมด้วย น.ส.คำประเสริฐ โมรัตน์ อายุ 36 ปี ลูกสาว และ ด.ช.ก้องศักดิ์ หรือน้องบอล โมรัตน์ อายุ 3 ขวบ 7 เดือน หลานชาย

นายเลิศศักดิ์เล่าให้แขกผู้มาเยือนฟังว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับภรรยาในบ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน ซึ่งเป็นบ้านของแม่ยาย มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชาย 1 หญิง 1 น.ส.คำประเสริฐเป็นคนเล็ก หลังจากภรรยาเสียชีวิตเมื่อปี 2549 ตนจึงแยกมาปลูกกระท่อมอยู่คนเดียวในพื้นที่นาเป็นมรดกของพ่อแม่ มีอยู่ทั้งสิ้น 3 ไร่ 2 งาน อาศัยทำนาปลูกข้าวไว้กิน

ต่อมา น.ส.คำประเสริฐเลิกกับสามีชาวจังหวัดสุรินทร์ อุ้มท้องแก่ 8 เดือนกลับมาขออยู่ด้วยกับตน และคลอดลูกชายคือน้องบอล ตนถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัวเนื่องจากลูกสาวป่วยด้วยโรคไตทำงานหนักมากไม่ได้ รายได้จะมาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และรับจ้างทำงานทั่วไป นำมาเลี้ยงชีพประทังชีวิต

ขณะที่ น.ส.คำประเสริฐกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า มีสามีเป็นชาวสุรินทร์ เดิมมีลูกด้วยกัน 3 คน ต่อมาป่วยจากอาการไส้ติ่งแตกและแพทย์ยังบอกอีกว่าตนเป็นโรคไตเสื่อม จึงทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ ภายหลังแยกกันอยู่กับสามีตนจึงไปทำงานเป็นแม่บ้านโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ ต.อ่าวอุดม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไม่นานสามีตามไปง้อขอคืนดีจึงกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ระหว่างนั้นสามีก็กลับไปทำงานที่บ้านเกิด และตนก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาอ่อนๆ

จนกระทั่งท้องแก่ทำงานไม่ไหวตั้งใจจะไปคลอดลูกที่บ้านสามี แต่ต้องพบกับคำพูดเหยียดหยามศักดิ์ศรีจากปากสามีว่าเด็กในท้องไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร ตนจึงร้องไห้เสียใจเก็บเสื้อผ้ากลับมาขออยู่กับพ่อและคลอดน้องบอลอยู่ที่นี่

น.ส.คำประเสริฐเล่าอีกว่า จากสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ตนก็พยายามช่วยพ่อทำงานหาเงินด้วยการรับจ้างเก็บพริกวันละ 100 บาท แต่ก็ไม่ได้มีให้ทำทุกวัน

ส่วนอาหารจะกินแค่วันละ 2 มื้อ น้องบอลกินนมจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวันละ 1 กล่องเท่านั้น ทุกวันตนจะต้องปั่นจักรยานไปส่งลูกชายที่ศูนย์ฯ ราว 5 กม. และโรคไตที่ตนป่วยอยู่ก็ไม่ได้ไปพบแพทย์ตรวจรักษาเพราะไม่มีเงินค่ารถค่ายา เพราะตนเป็นบุคคลตกหล่นจากการสำรวจจึงไม่ได้สิทธิรักษาด้วยบัตรทอง

หากมีอาการกำเริบจะใช้วิธีนอนพักเอาแรง และนายเลิศศักดิ์ผู้พ่อก็ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ควานดัน แถมน้องบอลลูกชายป่วยเป็นโรคลมชัก เหตุที่ไม่มีใครรู้เรื่องในครอบครัวเพราะไม่เคยเล่าความทุกข์ยากให้ใครฟัง ไม่อยากให้เป็นภาระของสังคม อยู่กันตามมีตามเกิด เวลาฝนตกน้ำจะไหลเข้าที่นอนเฉอะแฉะไปหมด สิ่งที่อยากได้มากที่สุดตอนนี้คือทุนการศึกษาของลูก

ทางด้าน นางวีนัส ประสุนิงค์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม อบต.ดอนนางหงส์ เปิดเผยว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าครอบครัวนี้อยู่กันอย่างทุกข์ยากแสนเข็ญ เกิดความสงสัยเมื่อตอนที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเชิญผู้ปกครองประชุมเพื่อขอรับบริจาคเงินค่าบำรุงค่าน้ำค่าไฟเดือนละ 100 บาท น.ส.คำประเสริฐกลัวว่าลูกชายจะไม่ได้เรียนหนังสือ ถึงกับร้องไห้โฮกลางที่ประชุมเพราะไม่มีเงินจ่าย

ทางเจ้าหน้าที่จึงตามไปที่บ้าน พบสภาพความเป็นอยู่ถึงกับน้ำตาซึม ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งบ้านมีเงินติดกระเป๋าเพียง 60 บาท จึงรวบรวมเงินให้การช่วยเหลือคนละเล็กละน้อย เบื้องต้นประสานไปยังศูนย์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม ให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความยากไร้

หลังจากนี้ก็จะทำเรื่องเสนอไปยังหน่วยงานต่างๆ ขอความช่วยเหลือสร้างบ้านในสภาพที่มั่นคงมากกว่าที่เป็นอยู่ นอกจากนี้จะพา น.ส.คำประเสริฐไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง ทางด้านนายเลิศศักดิ์อยากได้น้ำบาดาลเพื่อนำไปทำการเกษตร ปลูกผักหาเลี้ยงชีพ

ส่วนผู้ใจบุญต้องการบริจาคช่วยเหลือครอบครัวนี้สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ นางวีนัส ประสุนิงค์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม อบต.ดอนนางหงส์ 09-8606-4865 หรือ 0-4205-3060 อบต.ดอนนางหงส์

ที่มา : http://www.manager.co.th

แสดงความเห็น

comments