รวบแล้ว กะเทยแสบหลอกขายสินค้ามือสองราคาถูกทั่วประเทศ

0
785 views
นายสุดี บังศรี อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 14 บ้านนาเรือง ต.โคกก่อง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี หลอกขายสินค้ามือสองผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง

นครพนม – ถูกจับแล้ว “นายสุดี บังศรี” กะเทยนักต้มตุ๋นระดับประเทศ หลังพระภิกษุหนุ่มแค้นถูกตุ๋นเงินเกือบ 4 แสนบาท แค้นจัดจ้างนักสืบแกะรอยหลอกล่อซื้อไอโฟนราคาถูกนัดส่งของห้างเดอะมอลล์โคราชแจ้งตำรวจจับ แต่เจ้าตัวยังแถต่ออ้างอาจเป็นฝีมือเพื่อนข้างห้องพัก

กรณีมีเจ้าทุกข์จากหลายจังหวัดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศว่า ถูกบุคคลอ้างว่าชื่อ นายสุดี บังศรี อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 14 บ้านนาเรือง ต.โคกก่อง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี หลอกขายสินค้ามือสองผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง ที่โฆษณาทางหน้าจอโทรทัศน์ในราคาถูก

จนมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี สุดท้ายก็ปิดเครื่องหนี มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท แต่เจ้าตัวยังโพสต์ภาพโฆษณาขายสินค้าบนเว็บไซต์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ (29 มิ.ย.) นายสุดีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครราชสีมา จับกุมตัวได้บริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ สาขาโคราช ขณะนำสินค้ามาส่งนักสืบที่ปลอมตัวป็นลูกค้าเข้าไปทำทีว่าอยากได้สินค้าที่นายสุดีประกาศขาย นัดส่งมอบกันที่หน้าห้างดังกล่าว

จึงถูกตำรวจตะครุบตัวตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม โดยผู้เสียหายเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่ อ.เรณูนคร ว่าจ้างนักสืบเอกชนตามล่าจนพบแหล่งกบดาน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก พระรุ่งศักดิ์ ยโสธโร อายุ 40 ปี พรรษาที่ 12 วัดป่าศิวิลัย เลขที่ 20 หมู่ 5 ต.เรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม พบเห็นมีการลงโฆษณาประกาศขายสินค้ามือสองราคาถูกในเว็บไซต์ชื่อดัง ประกอบด้วย โทรทัศน์ยี่ห้อพานาโซนิค ขนาด 85 นิ้ว ราคา 10,000 บาท จำนวน 1 เครื่อง ขนาด 65 นิ้ว ราคา 12,000 บาท จำนวน 1 เครื่อง และขนาด 55 นิ้ว ราคาเครื่องละ 7,000 บาท จำนวน 4 เครื่อง เห็นราคาน่าสนใจจึงติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ ตั้งใจจะซื้อมาแจกจ่ายญาติพี่น้อง

หลังโทรศัพท์ไปตามเบอร์ เสียงรับสายเป็นผู้ชาย อ้างว่าพรรคพวกร้อนเงินจึงขายในราคาถูกๆ หลังตกลงราคากันเป็นที่น่าพอใจ ชายคนนั้นบอกต้องโอนเงินมามัดจำก่อน เพราะลูกค้ามีจำนวนมาก พระรุ่งศักดิ์จึงโอนเงินงวดแรกให้ล่วงหน้า 7,000 บาท เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 60 จากธนาคารกรุงไทย สาขานครพนม เข้าบัญชีหมายเลข 4069357325 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซี ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ เจ้าของบัญชีชื่อ นายสุดี บังศรี

ต่อมานายสุดีก็โทร.มาหาอีกอ้างต่างๆ นานา เพื่อให้พระรุ่งศักดิ์โอนเงินมาเพิ่มอีก จนเหยื่อใจอ่อนยอมโอนไปให้ตามต้องการ

กระทั่งถึงกำหนดวันส่งของ นายสุดีโทร.หาพระรุ่งศักดิ์ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก อ้างถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจยึดสินค้าไว้ที่ขนส่งเก่าโคราช ตอนนี้กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่แล้ววางสายไป ไม่นานมีผู้หญิงโทร.หา อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรพูดจาโน้มน้าวให้โอนเงินค่าสินค้าดังกล่าวเพื่อแสดงว่าพระรุ่งศักดิ์เป็นผู้ซื้อตัวจริง จำนวน 75,000 บาท เมื่อโอนแล้วเจ้าหน้าที่สรรพากรจะนำยอดเงินไปแสดงต่อหัวหน้า แล้วจะโอนกลับมาในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง

แต่หลังจากโอนไปแล้วกลับมีผู้ชายอีกคนโทร.มาหาอ้างเป็นนายตำรวจโรงพักแห่งหนึ่ง บอกพระรุ่งศักดิ์ว่าโทรทัศน์ขนาด 85 นิ้วเป็นสินค้าที่ถูกขโมยมา เจ้าทุกข์แจ้งความไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

หากพระคุณเจ้ายังอยากจะได้สินค้านี้อยู่จะหาทางออกให้ด้วยการโอนเงินมาเคลียร์ จำนวน 120,000 บาท พระรุ่งศักดิ์ไม่มีเงินจึงไปขอโยมแม่จัดการโอนให้เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 60 ตามที่เขาต้องการ จากนั้นนายสุดีก็บอกว่าทุกอย่างจบแล้ว กำลังจะส่งสินค้าให้เตรียมรอรับได้

ระหว่างนั้นพระรุ่งศักดิ์เข้าไปในกูเกิล ค้นหาชื่อนายสุดี บังศรี พบในเว็บไซต์พันทิปมีการระบุว่าเป็นนักต้มตุ๋น หลอกเงินผู้หลงเชื่อมาแล้วนับร้อยราย หายออกจากบ้านเกิดนานหลายปี โดยขาดการติดต่อทางบ้าน ที่บ้านมีหมายศาลและหมายเรียกจากตำรวจหลายจังหวัด นายสุดีจะมีเฟซบุ๊กหลายชื่อ หลอกขายสินค้ามือสองในเว็บไซต์ จึงมีการแจ้งเตือนภัยสังคมรายนี้

พระรุ่งศักดิ์กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็ได้โอนเงินให้นายสุดีไปแล้วทั้งหมด 13 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 379,000 บาท เหตุที่มีเงินโอนจำนวนมาก พระรุ่งศักดิ์เผยว่าสมัยเป็นฆราวาสเป็นครูสอนศีลธรรมอยู่ที่โรงเรียนเรณูวิทยาคาร มีเงินสะสมจำนวนหนึ่ง

โดยวันที่ 24 มี.ค. 60 พระรุ่งศักดิ์จึงให้นายลัญชกร ธงยศ ผู้ใหญ่บ้าน พาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เรณูนคร พนักงานสอบสวนแนะให้บันทึกคลิปเสียงในการพูดคุยกับนายสุดีไว้เป็นหลักฐาน จึงพยายามเจรจากับนายสุดีให้โอนเงินคืน ซึ่งนายสุดีอ้างจะโอนคืนให้ภายในวันที่ 5 เม.ย. 60 ปรากฏว่านายสุดีปิดมือถือหายเข้ากลีบเมฆ พระรุ่งศักดิ์จึงแจ้งความดำเนินให้ถึงที่สุด พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา 2 ครั้ง ก่อนจะออกหมายจับในเวลาต่อมา

พระรุ่งศักดิ์หลังถูกตุ๋นจนเปื่อยจึงติดต่อนักสืบเอกชน ตกลงกันว่าหากสืบจนทราบว่านายสุดีกบดานอยู่ที่ไหน นำไปสู่การจับกุม จะให้รางวัลนำจับ 10% จากจำนวนเงินที่ท่านเสียไป นักสืบแกะรอยในเว็บไซต์ที่คาดว่านายสุดีใช้กลอุบายหลอกขายในกลุ่มสินค้ามือสอง

จนพบนายสุดีประกาศขายโทรศัพท์ไอโฟนในราคาที่ถูกกว่าใคร จึงติดต่ออยู่หลายครั้ง จนกระทั่งนัดส่งมอบของกันที่หน้าห้างเดอะมอลล์ สาขาโคราช นักสืบจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมดังกล่าว

หลังจนมุมเจ้าหน้าที่ส่งนายสุดีมีท่าทางกระตุ้งกระติ้งเหมือนกะเทยไปดำเนินคดีตามหมายจับที่ สภ.เรณูนคร นายสุดีปฏิเสธอ้างไม่รู้ไม่เห็นใดๆ ทั้งสิ้น และไม่เคยรู้จักกับพระรุ่งศักดิ์มาก่อน หมายเลขบัญชีและบัตรเอทีเอ็มของตนนั้นอ้างมีเพื่อนข้างห้องขอซื้อในราคา 2,000 บาท ตอนนั้นตนร้อนเงินจึงขายให้ไป โดยไม่ทราบว่าเพื่อนคนนั้นนำไปก่อเหตุหลอกลวงต้มตุ๋น

โดยวันนี้ (30 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดนครพนม คาดจะมีเจ้าทุกข์จากหลายจังหวัดทยอยแจ้งความดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก

ที่มา : http://www.manager.co.th

แสดงความเห็น

comments