ลามโซ่ขังสาว16 เสพยาจนหลอน ตา-ยายยันไม่ทำร้าย วอนหน่วยงานเข้าช่วย

0
161 views

ลามโซ่ขังสาววัย 16 เพื่อนๆ ร้องมูลนิธิปวีณาขอความช่วยเหลือ พมจ.นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบเด็กสาวอาศัยกับตา-ยาย ยัน ไม่มีเจตนาทำร้ายเหตุป่วยทางจิตจากการขาดยา เพราะเสพยาเสพติดจนมีอาการทางประสาท ตาเผยเป็นวิธีการดูแลรักษาชั่วคราว ช่วงเด็กขาดสติ ล่าสุดอาการดีขึ้น มีโอกาสหาย พร้อมวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยหลานเพราะห่วงอนาคต…

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าล่าสุด กรณีมีข่าวว่า เพื่อนของเด็กสาววัย 16 ปี ในพื้นที่ ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้ส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ ยังมูลนิธิปวีณา กรณีมีเพื่อนถูกตา-ยาย ล่ามโซ่ ไว้ในบ้าน จนกระทั่งมีการเผยแพร่ข้อมูลไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมมีการประสานไปยัง หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบช่วยเหลือ

ล่าสุด นางอาภาวดี พรหมจอม อายุ 55 ปี รักษาราชการแทน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นางสาวพัทธ์ธีรา ขุนชะ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวนครพนม พร้อมด้วย นางสาวชนารดี เบ้าลี นักจิตวิทยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือเร่งด่วน โดยจากการตรวจสอบพบเด็กสาววัย 16 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 2 บ้านหนองบาท้าว ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งอยู่กับตาและยาย คือนายจอ ซักซ้ายดา อายุ 84 ปี ภรรยาคือ นางกรี ไชยรินทร์ อายุ 90 ปี ส่วนแม่เด็กไปทำงานมีครอบครัวต่างจังหวัด จึงเรียนหนังสืออาศัยอยู่กับตายาย เพียงลำพัง ส่วนค่าใช้จ่ายแม่เด็กเป็นคนส่งเสียดูแล ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ทำประวัติ หาแนวทางการช่วยเหลือ

เบื้องต้นพบว่าเด็กมีปัญหาจากใช้ยาเสพติด ทำให้เกิดประสาทหลอน ขาดสติ บางครั้งโวยวาย ทำร้ายคนอื่น จึงได้มีการปรึกษา เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และมีการล่ามโซ่ให้สงบสติอารมณ์ เป็นการชั่วคราว แต่ไม่มีเจตนาจะทำร้าย หรือกักขัง ตามข้อมูลที่แพร่ออกไป ซึ่งทางตายาย วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ เพราะห่วงอนาคตหลานสาวอยากให้เรียนหนังสือ มีอนาคต

ด้าน นางอาภาวดี พรหมจอม อายุ 55 ปี รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม เปิดเผยว่า หลังได้รับทราบข้อมูล ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน นักจิตวิทยา ผู้นำชุมชนท้องถิ่น เข้าไปดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น สาเหตุหลักมาจากเด็กติดเพื่อน และมีการทดลองเสพยา จนมีปัญหาทางประสาท เมื่อประมาณ 4-5 เดือนผ่านมา จนกระทั่งมีอาการโวยวายขาดสติ และทำร้ายร่างกายตายาย จากนั้นทางผู้นำชุมชน ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือ พร้อมปรึกษาหน่วยงานเกี่ยวข้อง ปรึกษาแพทย์ จนได้คำแนะนำให้มีการกักบริเวณ ในช่วงรับประทานยา เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเด็กที่ป่วยไม่มีการรับประทานยารักษาต่อเนื่อง จนเกิดปัญหาทำให้ตายายจำเป็นต้องล่ามโซ่ไว้ชั่วคราวในช่วงมีอาการขาดสติ เกรงว่าจะได้รับอันตราย ทำให้มีการนำภาพล่ามโซ่เผยแพร่ออกไป ซึ่งทางตายายไม่มีเจตนาทำร้ายหลาน โดยทางพมจ.ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้เข้าไปตรวจสอบดูแลให้คำแนะนำ นำตัวเด็กไปตรวจรักษา และได้รับประทานยาตามหมอสั่ง คาดว่าหากรับประทานยาตามแพทย์สั่ง สักระยะจะหายขาด และทาง พมจ.ได้ดูแล สนับสนุนการดูแล รักษาและเงินสวัสดิการ ตามระเบียบ ล่าสุดเด็กมีอาการปกติแล้ว สามารถอยู่ในการดูแลของผู้ปกครองได้

ส่วน นายธวัช บานอินทร์ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านหนองบาท้าว ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับเด็กวัย 16 ปี ที่เกิดปัญหา ปกติอาศัยอยู่กับตายาย ตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน แม่จึงต้องดิ้นรนไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด และมีครอบครัวใหม่ แต่ยังมีการติดต่อดูแลเอาใจใส่มาตลอด รวมถึงแม่เป็นคนส่งค่าใช้จ่ายมาดูแลให้อาศัยอยู่ดูแลตายายที่อายุมากด้วย จนกระทั่งเกิดปัญหาเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา น้องติดเพื่อนและหลงผิด อาจไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด จนเกิดอาการป่วยทางจิต บางครั้งโวยวายขาดสติ ไม่ไปเรียนหนังสือ ซึ่งทางผู้นำชุมชนท้องถิ่น ได้รับทราบปัญหาจากตายาย และเข้าไปตรวจสอบดูแล เคยนำตัวไปรักษาปรึกษาแพทย์ นำยามารับประทาน แต่ก่อนนี้อาจขาดยาไม่รับประทานตามกำหนด จึงเกิดปัญหา จึงแนะนำให้ตายายกักบริเวณช่วงขาดยา มีอาการขาดสติไม่กี่ชั่วโมง หลังทานยาก็ปกติและมีการดูแลใกล้ชิดตลอด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นข่าวออกไป เพราะตัวน้องส่งภาพถูกล่ามโซ่ไปให้เพื่อน และมีการส่งไปขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณา ภายหลังมีหลายหน่วยงานมาดูแลช่วยเหลือ แนะนำแล้วซึ่งปัจจุบันน้องที่ป่วยเริ่มปกติ สามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวตายาย และคนในสังคมได้ปกติ เชื่อว่าหากรับประทานยาตามแพทย์สั่งจะหายขาด แต่ต้องมีการดูแลเอาใจใส่ สำคัญอยากให้หลายหน่วยงานเกี่ยวข้องมาดูแลเรื่องการเรียน ห่วงอนาคต รวมถึงทุนการศึกษา เนื่องจากยังมีปัญหารายได้ของครอบครัว หากมีการดูแลที่ดี เชื่อว่าจะมีอนาคตที่ดี และทางชุมชนพร้อมที่จะดูแลสุดความสามารถ.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments