วอนช่วยน้องจอย เด็กนครพนมชีวิตรันทดกว่าละคร ครูไปเห็นถึงน้ำตาร่วง

0
320 views

วอนคนใจบุญช่วย น้องจอย นร.ที่นครพนม เรียนดีอันดับ 1 แต่ฐานะยากจน อดมื้อกินมื้อ อาศัยเพิงไม้เจียนพัง ห้องน้ำต้องเอาผ้าใบคลุมไว้ และออกทำงานหาเงินเลี้ยงน้อง 2 คนกับยายที่เลี้ยงดูมาแต่เกิด…

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2561 นางเกศินี เชื้อเอี่ยมพันธ์ ครูแนะแนว โรงเรียนเรณูวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมด้วย นางเกตุวดี ยะสะกะ ครูแนะแนว นางศุทธินี หล้ามุงคุณ ครูที่ปรึกษา ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตรวจสอบให้การช่วยเหลือครอบครัว เด็กหญิงศิริพร มีพรหม หรือน้องจอย อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 10 บ้านเนินน้ำคำ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักเรียนดีเด่น ทั้งด้านกิจกรรม ความประพฤติเรียบร้อย ที่สำคัญมีผลการเรียนดีเด่น อันดับ 1 ของโรงเรียน แต่ประสบปัญหาทางสังคม ฐานะยากจน อาศัยอยู่ในบ้านพักเป็นเพิงไม้เก่า โดยมียาย และน้องอีก 2 คน ที่ต้องคอยดูแล หลังคณะครูของโรงเรียนเดินทางไปตรวจเยี่ยมบ้าน เนื่องจากเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทำให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่สุดแสนรันทด จนกระทั่งมีผู้ใจบุญ นำภาพถ่ายและข้อมูลมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ เพื่อวิงวอนหาทางช่วยเหลือ ห่วงอนาคตการศึกษา เนื่องจากงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐไม่เพียงพอในการดูแลช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ พบว่า น้องจอย อาศัยอยู่กับยาย คือ นางสุเพียร ศรีครานุรักษ์ อายุ 62 ปี มาตั้งแต่เกิด เนื่องจากคุณตา เสียชีวิตเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนพ่อแม่ยากจน ดิ้นรนต่อสู้ไปทำงานต่างจังหวัด ตั้งแต่น้องจอยเกิดได้ปล่อยไว้ให้ยายเลี้ยงมาตลอด เพราะมีปัญหาครอบครัว นอกจากนี้ยังมีน้องอีก 2 คน ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เป็นเด็กชาย อายุ 8 ขวบ และเด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ที่ต้องคอยดูแล ทั้งความเป็นอยู่ และเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รายได้มาจากคุณยายไปรับจ้างทั่วไป ทอผ้า แต่พักหลังสภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องอาศัยน้องจอยไปรับจ้างทำงานทั่วไป รับจ้างดำนามาซื้อข้าวกิน และนำเงินใช้จ่ายไปโรงเรียน บางวันไม่มีเงินต้องอดมื้อกินมื้อ อาหารกินตามยถากรรม และเพื่อนบ้านบริจาคช่วยเหลือมา ส่วนใหญ่กินไข่ต้ม ไข่เจียว ปลาร้า น้ำปลา ตามสภาพ พอประทังชีวิต

ที่สำคัญสภาพบ้านความเป็นอยู่ทำให้คณะครูที่ปรึกษาไปเยี่ยมบ้าน ถึงน้ำตาร่วง เพราะไม่คิดว่าจะรันทดยิ่งกว่าในละคร เนื่องจากอาศัยอยู่ในเพิงพัก ทำจากเศษไม้ และสังกะสีเก่าที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างให้ พอได้หลับนอน หากฝนตกหนักลมแรง ต้องหาที่หลบฝน เพราะหลังคารั่ว ส่วนเครื่องใช้ในครัวเรือน ใช้ตามที่มีอยู่และหามาได้ นอกจากนี้สภาพห้องน้ำส้วมทำจากผ้าใบ เวลาเข้าขับถ่ายจะต้องเอาผ้าใบปิดคลุมไว้ ส่วนห้องอาบน้ำใช้ลานกลางแจ้งตามสภาพ โดยก่อนนี้ทาง อบต.โคกหินแฮ่ ร่วมกับชาวบ้าน เคยเข้ามาดูแลช่วยเหลือ แต่งบประมาณไม่เพียงพอ

นางเกศินี เชื้อเอี่ยมพันธ์ ครูแนะแนวโรงเรียนเรณูวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับชีวิตน้องจอย ถือว่าลำบากมาก ตั้งแต่เกิดต้องสู้ชีวิตอยู่กับยาย แต่ต้องยอมรับว่า จากประวัติเป็นเด็กดี มีความประพฤติเรียบร้อย เป็นเด็กกตัญญู ต้องคอยดูแล ทำงานรับจ้าง ทำงานบ้าน ช่วยยาย และต้องดูแลน้อง อีก 2 คน ที่สำคัญพบว่าก่อนนี้ช่วงเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีเด่นอันดับ 1 ของโรงเรียน มีผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.98 จบปีการศึกษาในปี 2560 ที่ผ่านมา และทำการสอบแข่งขันมาศึกษาต่อในโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ที่เป็นโรงเรียนชื่อดังของอำเภอ ในปีการศึกษานี้

ครูแนะแนว โรงเรียนเรณูวิทยานุกูล กล่าวต่อว่า ก่อนนี้คณะครูไม่เคยทราบข้อมูลมาก่อน เรื่องสภาพความเป็นอยู่ แต่โรงเรียนได้มีโครงการเยี่ยมบ้านทุกคน เพื่อประเมินด้านต่างๆ ของนักเรียน จนกระทั่งมาพบ ครอบครัวน้องจอย แทบรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะอยู่ในสภาพแบบนี้ เนื่องจากอาศัยอยู่ในเพิงพักไม้เก่า ฝาทำด้วยสังกะสี ยิ่งเห็นห้องน้ำ รู้สึกรันทดมาก ห้องส้วมทำจากผ้าใบคลุม ห้องอาบน้ำใช้ลานหลังบ้าน มีต้นไม้บังเท่านั้น ทำให้ห่วงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย เพราะเป็นผู้หญิง และกำลังโตเป็นวัยรุ่น เบื้องต้นทางคณะครูได้หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ส่วนหนึ่งต้องอาศัยจากผู้ใจบุญ ผู้มีใจเมตตา มาช่วยกันดูแลช่วยเหลือ สำคัญอยากได้ที่พักอาศัยพัฒนาคุณภาพชีวิต และทุนการศึกษา

ด้าน น้องจอย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่โตจำความได้รักยายมาก รู้ว่าชีวิตตัวเองลำบาก บางทีท้อแต่สงสารยายกับน้อง เข้าใจพ่อแม่ ที่ให้ยายเลี้ยง เพราะความยากจน แต่ตนพอใจที่จะอยู่ดูแลยาย ช่วยงานทุกอย่างที่ทำได้ ทั้งรับจ้างทำงาน รวมถึงทำงานบ้าน ทำอาหาร สอนหนังสือน้องอีก 2 คน เพราะคุณตาเสียชีวิตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่มีคนหาเงินช่วย แต่ต้องสู้เพื่อยาย สิ่งเดียวที่ทำได้คือ คิดเสมอว่า จะเป็นคนดีของสังคม ต้องตั้งใจเรียน มีอนาคตมีงานที่ดี อยากมีอาชีพเป็นครู เพราะอยากสอนให้คนเป็นคนดี ชอบการเรียนหนังสือ คิดเสมอว่าวันหนึ่งอยากมีอาชีพการงานที่ดี อยากมีบ้านใหม่ให้ยาย น้องๆ ได้อยู่อาศัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และขอกราบขอบพระคุณ สำหรับผู้ใจบุญ รวมถึงครูที่เมตตาหาทางช่วยเหลือ

ส่วน นางสุเพียร ศรีครานุรักษ์ อายุ 62 ปี ยายของน้องจอย กล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ของหลานๆ ทั้งน้ำตาว่า ชีวิตลำบากมาก เดิมค้าขาย พอมีเงินมีรายได้ รับจ้างทั่วไป ไม่มีที่นา เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว หลังแม่จอย ซึ่งเป็นญาติ เป็นลูกหลานไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ คลอดน้องจอยออกมาได้ 7 วัน มีปัญหาครอบครัว ยากจน ไม่พร้อมดูแล ตนสงสารจึงนำมาเลี้ยงดู ตั้งแต่อายุได้ 7 วัน จากนั้นพ่อกับแม่น้องจอยต่างดิ้นรนไปทำงานต่างจังหวัด ติดต่อมาดูแลบ้างตามสภาพเพราะลำบาก ส่วนตนมีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 35 ปี คนสุดท้อง อายุ 33 ปี แต่ต้องดิ้นรนไปทำงานต่างจังหวัดพอเลี้ยงชีวิต ไม่สามารถมาดูแลตนได้

ยายของน้องจอย กล่าวอีกว่า จากนั้นชีวิตลำบากมากขึ้น หลังสามีตายไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ต้องดูแลหลานถึง 3 คน เพราะมีหลานชาย 8 ขวบ หลานสาว อีก 5 ขวบ ที่เป็นลูกของลูกชายคนสุดท้องทิ้งไว้ เพราะครอบครัวแตกแยก ตนจึงนำมาเลี้ยงไว้ อาศัยตามสภาพ มีบ้านเป็นเพิงพักจาก ชาวบ้านช่วยกันมาซ่อมแซมปรับปรุงให้อยู่ พอได้หลบแดดฝน โชคดีมีน้องจอยคอยดูแล ทำงานรับจ้าง ช่วยงานบ้านมาตลอด บางทีท้อ แต่เห็นหน้าหลานแล้ว ต้องสู้ ญาติพี่น้องไม่มีใครช่วยได้ หวังเพียงหลานมีอนาคตนอนตายตาหลับ ภูมิใจตลอดน้องจอยเรียนหนังสือเก่ง และเป็นเด็กกตัญญู และปีที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ได้มอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่นให้ เมื่อปี 2560 มาถึงวันนี้สิ่งที่ต้องการที่สุดคือ อยากให้หลานได้เรียนหนังสือ อยากให้มีอนาคต ส่วนตนลำบากแค่ไหนทนได้ เพียงหลานทั้ง 3 คนสบาย

เบื้องต้นคณะครูได้มีการจัดตั้งกองทุนขอรับบริจาคความช่วยเหลือ สามารถบริจาคได้ผ่านบัญชี กองทุนการศึกษา เพื่อเด็กหญิงศิริพร มีพรหม เลขที่บัญชี 435-041-462-2 ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอเรณูนคร หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 088-281809 หรือ 095-670-4429.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

 

แสดงความเห็น

comments