วิถีชีวิต “โฮจิมินห์” ณ. บ้านนาจอก

0
3,128 views

 เมื่อเอ่ยถึง “โฮจิมินห์” น้อยคนนักที่ไม่รู้จัก โฮจิมินห์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสยามของเรา ทำไมถึงต้องกล่าวถึง ท่านมาสยามเพื่ออะไร และขณะที่มาอยู่สยามนั้น ท่านอยู่ที่ไหน ทำไมถึงให้ความสำคัญมากนัก และเกิดอะไรขึ้นทางประวัติศาสตร์ของไทยในครั้งนั้น

         การที่ โฮจิมินห์ เข้ามาเมืองสยามก็เพื่อจุดหมายหลัก 2 ประการ คือ

                  1.จัดตั้งแนวร่วมชาวเวียดนามผู้รักชาติเพื่อต่อสู้ปลดแอก เวียดนามจากการปกครองของฝรั่งเศส
                  2.วางรากฐานความคิดแบบสังคมนิยมเพื่อสร้าง เครือข่ายในการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

         ลุงจินแห่งบ้านนาจอก จากเกร็ดเรื่องราวซึ่งเหลือเค้าอยู่ตามที่ต่างๆ นั้น หากมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ และศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดรอบด้านมากขึ้น น่าจะช่วยให้ได้ภาพชีวิตของโฮจิมินห์ช่วงอยู่ในสยามชัดเจน น่าเชือถือ และน่าสนใจมากกว่านี้ และนั่นควรจะเป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์ที่บ้านนาจอกแห่งนี้

         บ้านนาจอกเรียกอีกชื่อว่าบ้านใหม่ เป็นชุมชนชาวญวนที่อพยพเข้ามาเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และเป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งโฮจิมินห์เคยเข้ามาอาศัยพักพิง หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของตัวอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ห่างจากลำน้ำโขงราว 3 กิโลเมตร ถ้าเดินทางจากตัวเมืองนครพนมย้อนมาตามถนนหมายเลข 22 ซึ่งเชื่อมระหว่างนครพนมกับสกลนคร พอถึงกลักกิโลเมตรที่ 2 จะเห็นทางแยก เข้าบ้านนาจอกและบ้านหนองญาติอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวตามทางนี้เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึงบ้านนาจอก

         โฮจิมินห์เข้ามาอยู่หลังจาก ที่ชุมชนนี้ได้ลงหลักปักฐานผ่านมาแล้วกว่า 30 ปี โดยอำพรางการเคลื่อนไหวด้วยการใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ ชาวสวนธรรมดาและปลูกบ้านเล็กๆไว้หลังหนึ่ง ซึ่งน่าเสียดายที่ผุพังและถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว เหลือเพียงมะเฟืองหวานหนึ่งต้นกับ มะพร้าวที่ริมรั้วอีกสองต้น ซึ่งเชื่อว่าลุงจินเป็นผู้ปลูกไว้

         เมื่อเข้าสู่บ้านนาจอกสิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ ความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยและความเย็นอกเย็นใจที่ได้สัมผัสกับ ความร่มรื่นของหมู่ผลหมากรากไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ เรือน ซึ่งหลายหลังเป็นเรือนไม้ที่สร้างอย่างปราณีต

         บรรยากาศแบบนี้ยืนยันความเก่าแก่ ความมีเอกลักษณ์พร้อมทั้งบอกเรื่องราวของชุมชนได้เป็นอย่างดี หมู่บ้านนาจอก ตั้งอยู่บนที่ดอน ด้านใต้ขนาบด้วยทุ่งนาผืนใหญ่ซึ่งลาดเอียงลงไปยังหนองญาติ หลังเก็บเกี่ยวผืนนาเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นแปลงผักสารพัดชนิดอันเป็นรายได้ หลักและเป็นอาชีพดั้งเดิมอีกอย่างของคนญวนบ้านนาจอก

         หนองญาติเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติ ลักษณะเดียวกับบุ่งหรือทาม ซึ่งน้ำไม่เคยแห้งกินพื้นที่กว่า 4 ตารางกิโลเมตร ยามฤดูฝนน้ำจะเอ่อท่วมจนเชื่อมไปถึงแม่น้ำโขงจึง กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกและแหล่ง รวมสัตว์น้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์มาก ทำให้เกิดชุมชนขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่รอบหนองน้ำแห่งนี้หลาย หมู่บ้านโดยชุมชนที่หนาแน่นและเก่าแก่ที่สุดคือบ้านหนองญาติ

         เหนือบ้านนาจอกติดกับวัดภูเขาทอง เป็นที่ตั้งของสุสานญวนสองแห่งซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ลักษณะคล้ายกับฮวงซุ้ยของคนจีน สุสานที่เก่ากว่า หันศรีษะขึ้นเหนือส่วนอีกแห่งหันศรีษะ ไปทางตะวันตก แต่ไม่ทราบว่าใช้ต่างกันอย่างไร ถนนเข้าหมู่บ้านเส้นที่ผ่านสุสานนี้มีโครงการ ปรับปรุงให้เป็นถนนซีเมนต์อย่างดี เพื่อเชื่อมไปยังที่ว่าการอำเภอเมืองแห่งใหม่ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่กลางทุ่งฟาก ตะวันออกของหนองญาติ

         ริมหนองญาติมีศาลเก่าแก่ ประจำหมู่บ้านนาจอก อยู่แห่งหนึ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2441 ภาษาญวนเรียกว่า ศาลเจ้าด่ายเวือง ชาวบ้านนาจอกจะมีพิธีไหว้เจ้าที่ศาลแห่งนี้ในวันตรุษญวน ซึ่งอยู่ช่วงเวลาเดียวกับตรุษจีน และเพิ่งมีงานทำบุญฉลองครบรอบ 100 ปี ของศาลเจ้าแห่งนี้ไปเมื่อปีกลาย ศาลเจ้าแบบนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ ที่เห็นอยู่ทุกหมู่บ้านชาวญวนในเขตอำเภอเมือง จ.นครพนม

ที่มา : http://najok.com

แสดงความเห็น

comments