วิทยาลัยพยาบาลฯม.นครพนม ฉาวอีก!! คอมพิวเตอร์หาย 19 เครื่อง ผู้มีอำนาจเสกให้พ้นผิด

0
80 views

นครพนม – วิทยาลัยพยาบาลฯม.นครพนม ฉาวอีก คอมพิวเตอร์หาย 19 เครื่อง ผู้มีอำนาจเสกให้พ้นผิด ขณะที่พบการแต่งตั้งผู้บริหารคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์

กรณี ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร อดีตคณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีฯ (วท.พยาบาลฯ) มหาวิทยาลัยนครพนม(ม.นพ.) ถูกสั่งพักราชการ(ครั้งที่ 1) ตามหนังสือคำสั่ง ม.นพ.ที่ 1167/2561 ลงวันที่ 11 พ.ค.61 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงในเรื่องการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา โดยหนังสือดังกล่าวลงนามโดย ดร.ตรีภพ ชินบูรณ์ รองอธิการบดี รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม  ต่อมากลุ่มผู้มีอำนาจเห็นว่าการสั่งพักราชการครั้งนี้ไปต่อไม่ได้ จึงออกเป็นคำสั่ง ม.นพ.ที่ 1817/2561 ลงวันที่ 23 ก.ค.61 ให้ ผศ.ดร.เพ็ญศิริฯ กลับเข้ารับราชการ โดยให้เหตุผลในการสั่งพักราชการดังกล่าวมหาวิทยาลัยนครพนมได้พิจารณาและตรวจสอบแล้วพบว่า  เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทำให้เกิดความผิดพลาดในการออกคำสั่งพักราชการดังกล่าว จึงได้กลับเข้ารับราชการตามเดิม

ระหว่างนั้นเองก็มีรายงานเป็นการภายในว่า มีเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ HP รุ่น All IN ONE จำนวน 19 เครื่อง สูญหายไปจากวิทยาลัยฯ  โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 27 เครื่อง ได้รับการจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ 2560 เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนและใช้สำหรับการประชุมภายในวิทยาลัยต่อมามีรายงานว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 19 เครื่องได้หายไปเมื่อราวๆ เดือนมกราคม 2561 ซึ่งเบื้องต้นนายอนุพงษ์ ศรีวิวัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์  รับว่านำคอมฯทั้ง 19 เครื่อง ไปลงโปรแกรมข้างนอกเท่านั้น  และจะนำกลับมาคืนประจำห้องให้ใช้งานตามเดิมภายใน 1 อาทิตย์ แต่ภายหลังนายอนุพงษ์  ยอมรับสารภาพว่า นำเครื่องคอมฯทั้งหมดไปขาย โดยมีรักษาการฯ และรองคณบดีในขณะนั้นทราบเรื่องตั้งแต่ต้น แต่ร่วมกันปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้โดยไม่ได้เสนอให้ตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดแต่อย่างใด

ภายหลังกลับเข้ารับราชการ ดร.เพ็ญศิริ เมื่อเดือนสิงหาคม2561 และทราบว่าคอมพิวเตอร์ 19 เครื่อง หายไปจาก วท.พยาบาลฯ จึงได้มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมรายงานว่าพบว่า มีเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 19 เครื่อง หายไปจาก วท.พยาบาลฯ ช่วงเดือน ม.ค.61    ขอให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ต่อมาจึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และได้มีการไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จากร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าย่านถนนอภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม มาสวมแทนของเก่าที่หายไป แต่ยังจ่ายเงินให้กับทางร้านไม่หมด จึงเอาชื่ออาจารย์คนหนึ่งไปค้ำประกัน ส่วนหนึ่งบังคับให้เจ้าหน้าที่ร่วมจ่ายเงินซื้อคอมพิวเตอร์ โดยสั่งมาเป็นยี่ห้อและสเป็กเดียวกันกับคอมพิวเตอร์ที่หายไป  จากนั้นก็สรุปผลการสอบว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้หาย เพียงนำออกไปลงโปรแกรมข้างนอก วท.พยาบาลฯเท่านั้น แต่ก็ยังมีหลายคนคลางแคลงใจ ในเหตุผลที่กล่าวอ้าง เพราะคอมพิวเตอร์หายไปตอนต้นเดือน ม.ค.61 ได้กลับมาอยู่ที่เดิมในเดือน ธ.ค.61 เป็นเวลาถึงเกือบหนึ่งปี ส่วนคนที่ขโมยของหลวงไปขายก็รอดพ้นความผิดอย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อนำเรื่องกรณีการสั่งพักราชการ ผศ.ดร.เพ็ญศิริฯ และถูกสอบวินัยร้ายแรง  เรื่องนำจักรยานเอนปั่นออกกำลังกายที่เตรียมไว้สำหรับผู้บริหารใช้ ไปไว้ที่บ้านพักประจำตำแหน่ง ซึ่งอยู่ในเขตบริเวณ วท.พยาบาลฯ ไม่ได้นำออกไปใช้ข้างนอก มาเทียบเคียงกับเรื่องคอมพิวเตอร์ 19 เครื่อง ถูกขโมยไปขาย ซึ่งเป็นการเกิดเหตุในสถานที่เดียวกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับดิน นอกจากนั้นกรณีเครื่องบินฝึกของวิทยาลัยการบินนานาชาติ ตก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ขณะนำไปบินส่งบุคคลภายนอก ก็ยังไม่มีการลงโทษทางวินัยต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชี้มูลแล้วว่าเข้าข่ายมีความผิด ทำให้เข้าใจได้ว่าผู้มีอำนาจเลือกปฏิบัติ ปกป้อง ช่วยเหลือพวกพ้องผู้กระทำผิด เพราะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ อีกทั้งผู้มีอำนาจยังกล้าเสนอแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนฯคณบดีวิทยาลัยพยาบาลฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหาร  ทั้งๆที่ทราบดีว่าขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับสภาการพยาบาล เรื่องคุณสมบัติของผู้บริหารสถาบันการศึกษาพยาบาล ตามเกณฑ์ข้อบังของสภาการพยาบาลว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาวิชาชีพพยาบาลและผดุงครรภ์ พ.ศ.2560 ที่ระบุว่าจะต้องมีประสบการณ์การบริหารงานในสถาบันการศึกษาพยาบาลอย่างน้อย 3 ปี

โดยก่อนหน้านี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนครพนม ก็เคยแหกกฎด้วยการแต่งตั้ง รักษาราชการแทนฯ ตำแหน่งคณบดี วิทยาลัยพยาบาลมาแล้วถึง สองครั้ง ซึ่งผลจากการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลให้ สภาการพยาบาล ไม่รับรองว่าเป็นสถานศึกษาที่อยู่ในการควบคุมดูแลของสภาการพยาบาล นั่นหมายความว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา เถื่อน ส่งผลให้นักศึกษาที่สำเร็จออกมาไม่สามารถสอบรับใบประกอบวิชาชีพได้ จึงไม่สามารถที่จะทำงานเป็นพยาบาลได้

ที่มา : https://www.77kaoded.com

แสดงความเห็น

comments