ศิษยานุศิษย์แห่อาลัย ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่สอ พระเกจิ 6 แผ่นดิน แน่นบริเวณงาน

0
157 views

วันที่ 19 ตุลาคม 2562 ที่เมรุชั่วคราวโรงเรียนไตรราษฎร์วิทยาคาร บ้านบะหว้า ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพพระครูปลัดสอ ขันติโก หรือ หลวงปู่สอ พระเกจิชื่อดัง 6 แผ่นดิน อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี วัย 114 ปี 94 พรรษา บรรยากาศเป็นไปด้วยความอาลัยของศิษยานุศิษย์พระครูปลัดสอ ขันติโก จากทั่วสารทิศที่เดินทางมาร่วมประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระเทพวิสุทธิโมลี รักษาการเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ภายหลังประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์อาราธนาศีล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรม พระเทพวิสุทธิโมลี รักษาการเจ้าคณะภาค 10 ประธานฝ่ายสงฆ์  แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์  พระสงฆ์ทั้งหมดสวดมติกาบังสุกุล ถวายเครื่องไทยธรรม จึงมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล จากนั้น ว่าที่ ร.ต.ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน เชิญกล่องเพลิงขึ้นสู่เมรุชั่วคราว และวางไว้ด้านศีรษะศพพระครูปลัดสอ ขันติโก จากนั้นนายณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม อ่านหมายรับสั่งจากสำนักพระราชวัง และนายวิรพ จันทฤทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนมอ่านประวัติหลวงปู่สอ และทุกคนยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที กระทั่งเวลา 16.00 น. นายสยาม ศิริมงคล ประธานฝ่ายฆราวาสขึ้นทอดผ้าบังสุกุล และพระเทพวิสุทธิโมลี ประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้าบังสุกุล ประธานฝ่ายฆราวาสประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เผาหลอก) จากนั้นพระสงฆ์ ข้าราชการและผู้ร่วมพิธีทั้งหมดขึ้นวางดอกไม้จันทน์ เป็นเสร็จพิธี ทั้งนี้ในเวลา 20.00 น.จะเป็นการประกอบพิธีเผาจริง

โดยหลวงปู่สอนั้น มีนามเดิมว่า สอ แก้วดวงดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 6 คน เมื่อแรกเกิดมารดาหลวงปู่บอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอจะได้บวชในบวรพระพุทธศาสนา ซึ่งชีวิตในวัยเด็กนั้นท่านมีนิสัยที่เรียบง่าย ชอบเข้าวัดฟังธรรม บุพการีจึงได้พาเข้ากราบหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน พระเกจิผู้สร้างวัดพระธาตุท่าอุเทน วัดพระบาทโพนฉัน ใน สปป.ลาว กระทั่งอายุ 20 ปีจึงได้อุปสมบท โดยมีหลวงปู่สีทัตถิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ก่อนจะติดตามพระอาจารย์เดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ หลายจังหวัดในภาคอีสานและฝั่งลาว กระทั่งพระอาจารย์ละสังขาร จึงกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลรามราช  กระทั่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาหลวงปู่ได้ละสังขารจากไปอย่างสงบ สิริอายุรวม 114 ปี  94 พรรษา และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางความอาลัยของชาวลูกศิษย์ลูกหาทั่วสารทิศที่เคารพศรัทธา โดยในเวลา 06.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2562 จะมีพิธีเก็บอัฐิและนำอังคารส่วนหนึ่งไปลอยกลางแม่น้ำโขง ที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวไทย-ลาว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง

ซึ่งระหว่างที่ลูกศิษย์ทยอยเดินขึ้นไปเคารพศพและวางดอกไม้จันทน์ไว้อาลัยพระเกจิชื่อดัง 6 แผ่นดิน ได้มีเหตุการณ์ประหลาด คือมีตั๊กแตน 1 ตัวบินมาเกาะอยู่ที่โมบายด้านข้างเมรุชั่วคราวตลอดเวลาไม่เคลื่อนย้ายไปไหนแม้ผู้คนจะเดินผ่านไปมาตั้งแต่เริ่มพิธีพระราชทานเพลิงศพกระทั่งทุกคนวางดอกไม้จันทน์เสร็จจึงบินหายไป รวมถึงจักจั่นบนต้นกาสะลองขนาดใหญ่ที่อยู่ในโรงเรียนต่างส่งเสียงร้องระงมนานกว่า 15 นาที คล้ายเป็นการร่วมส่งสการหลวงปู่เป็นครั้งสุดท้าย

ภาพ/ข่าว/ทินกร เพชรดี/ส.ปชส.นครพนม

แสดงความเห็น

comments