สลด หนุ่มใหญ่ลงตรวจสอบรถไถไม่ดับเครื่อง ถูกลากร่างเข้าใต้ท้องรถดับสยอง!!

0
79 views

นครพนม – หนุ่มใหญ่ขับรถไถปรับที่โรงแรมลงมาตรวจสอบรถทั้งที่ยังไม่ดับเครื่อง เกิดเหตุไม่คาดคิดถูกรถไถลากร่างเข้าใต้รถ ถูกล้อทับดับสลด! ญาติร้องไห้ระงมถึงกับเป็นลมล้มพับ

วันนี้ (6 ก.พ. 61) ร.ต.อ.ยงยุทธ ทูลธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถไถทับร่างคนมีผู้บาดเจ็บด้านข้างโรงแรมโกลด์เมาน์เทน ริมถนนทางหลวง 22 สายนครพนม-สกลนคร บ้านภูเขาทอง หมู่ 3 ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม หลังรับแจ้งรุดไปพร้อมกู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลนครพนม กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม และกู้ชีพเทศบาลตำบลหนองญาติ

ที่เกิดเหตุพบกองดินเรียงรายหลายกองอยู่ทางเชื่อมโรงแรงดังกล่าวกับอาคารโรงแรมสูง 4 ชั้นที่กำลังสร้างใหม่ใกล้จะแล้วเสร็จ พบรถไถยี่ห้อฟอร์ด สีฟ้า ขนาด 6,600 แรงม้า น้ำหนักประมาณ 6 ตัน จอดแน่นิ่งในโครงอาคาร บริเวณล้อหลังท้ายรถไถทั้งสองข้างจมลงดินลึก 30 เซนติเมตร ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นายสุรเดช ประวิทย์สิทธิกุล วัย 50 ปี ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เจ้าของรถไถคันดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ช่วยปั๊มหัวใจบนรถกู้ชีพเพื่อยื้อชีวิต แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวน นายกิติ หาวงศ์ อายุ 50 ปี คนขับรถดัมป์บรรทุกดิน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถ 6 ล้อบรรทุกดินเพื่อนำดินมาเทถมได้ 20 เที่ยว มีนายสุรเดช ผู้ตายขับรถไถเพื่อปรับเกรดหน้าดินเพื่อทำทางเดินเชื่อมระหว่างโรงแรมเก่ากับโรงแรมใหม่ให้น้องสาว พบร่างของผู้ตายนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้เพลาล้อหลัง ขาถูกล้อหลังขวาทับ พบว่าเครื่องสตาร์ทอยู่ มีควันดำพวยพุ่ง จึงรีบวิ่งไปเรียกญาติให้มาดับสวิตช์รถ และมาโกยดินแล้วรีบนำร่างออกมาปฐมพยาบาล แต่นายสุรเดชไม่หายใจแล้ว กว่าญาติจะวิ่งมาถึงนายสุรเดชเสียเลือดมากแล้ว

ร.ต.อ.ยงยุทธกล่าวว่า คาดว่าขณะผู้ตายขับรถไถแล้วรถเกิดมีควันดำขึ้นจึงเหยียบคันเร่งส่งค้างไว้ ขณะเดินลงมาดูเป็นจังหวะที่รถยังไม่ทันดับเครื่อง ก่อนที่จะลากร่างเข้าไปใต้เพลาท้ายรถจนติดและขยับตัวไม่ได้ กระทั่งถอยทับร่างผู้ตายดับสลด ซึ่งจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

หลังเกิดเหตุแพทย์ได้ช่วยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนายสุรเดชนานกว่า 20 นาที ขณะที่ญาติต่างร้องห่มร้องไห้ปิ่มใจจะขาดก่อนเป็นลมล้มพับหลังทราบว่านายสุรเดชเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องนำแอมโมเนียมาให้สูดดม ส่วนญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา : https://mgronline.com

แสดงความเห็น

comments