สืบประเพณี!อบต.ท่าจำปานครพนมจัดแข่งเรือพายกระตุ้นการท่องเที่ยว

0
905 views

นครพนม- อบต.ท่าจำปา สืบประเพณีแข่งเรือพายก่อนออกพรรษา จัดงาน กินปิ้งหมู ดูเรือกีบ จีบสาวงามท่าจำปา หวังอนุรักษ์ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและสืบทอดต่อ พร้อมทั้งสร้างกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่

จ.นครพนม นอกจากจะมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นเลือดใหญ่แล้ว ยังมีแม่น้ำสาขาอีกหลายสาย เช่น แม่น้ำสงคราม ลำน้ำยาม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำอูน ลำน้ำบัง จึงเป็นที่มาของประเพณีแข่งขันเรือพายประจำถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นยาวนานกว่า 100 ปี การประชันฝีพาย จะเริ่มขึ้นในฤดูเข้าพรรษาช่วงน้ำหลาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพทำนา

หลังเสร็จสิ้นการปักดำจะนำเรือของตนซึ่งใช้ในการหาปลามาแข่งขันกัน ภายหลังพัฒนามาเป็นเรือแข่งหลายฝีพาย จนกลายเป็นประเพณีเป็นที่รู้จักแพร่หลาย

โดยวันนี้(22 ก.ย.) ณ ท่าน้ำวัดศรีสวัสดิ์ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ ร้อยตรีภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม นายวรลภย์ ศรีบุญเรือง นายก อบต.ท่าจำป่า ร่วมเปิดงานแข่งเรือประเพณี “กินปิ้งหมู ดูเรือกีบ จีบสาวงาม ท่าจำปา” ประจำปี 2561

ซึ่งทางอบต.ท่าจำปา จัดขึ้นทุกปี ช่วงก่อนออกพรรษาในเดือนกันยายน ปีนี้เป็นปีที่ 16 แล้ว เพื่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้สืบทอด สร้างความ สมัคร สมาน สามัคคี และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 16 ชุมชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปาและสานสัมพันธ์พี่น้องสองฝั่งโขง ไทย-ลาว

หลังเปิดงานได้มีการรำจากน้อง ๆนักเรียน และประชาชนก่อนจะมีการแข่งขันเรือกีบ ฝีพายไม่เกิน 10 คน มีเรือเข้าแข่งขันจำนวน 21 ลำ เป็นการแข่งขันเรือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง ไทย -ลาว มาร่วมแข่งขันสานสัมพันธ์ทุกปี และยังได้มีการประกวดอาหารพื้นบ้านของทั้ง 16 ชุมชน โดยตัวชูโรงคือ หมูปิ้ง (หัน) ชุมชนละ 2 ตัว นำมาให้รับประทาน ซึ่งมีรสชาติประจำถิ่น น้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษ

ซึ่งทางอบต.ท่าจำปา จัดขึ้นทุกปี ช่วงก่อนออกพรรษาในเดือนกันยายน ปีนี้เป็นปีที่ 16 แล้ว เพื่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้สืบทอด สร้างความ สมัคร สมาน สามัคคี และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 16 ชุมชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปาและสานสัมพันธ์พี่น้องสองฝั่งโขง ไทย-ลาว

หลังเปิดงานได้มีการรำจากน้อง ๆนักเรียน และประชาชนก่อนจะมีการแข่งขันเรือกีบ ฝีพายไม่เกิน 10 คน มีเรือเข้าแข่งขันจำนวน 21 ลำ เป็นการแข่งขันเรือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง ไทย -ลาว มาร่วมแข่งขันสานสัมพันธ์ทุกปี และยังได้มีการประกวดอาหารพื้นบ้านของทั้ง 16 ชุมชน โดยตัวชูโรงคือ หมูปิ้ง (หัน) ชุมชนละ 2 ตัว นำมาให้รับประทาน ซึ่งมีรสชาติประจำถิ่น น้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษ

นอกจากนี้ทางรัฐบาล ยังได้ สนับสนุนจัดสรรงบประมาณ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว เส้นทางคมนาคม ต่อไป จะมีรถไฟรางคู่ ส่วนภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขง จะเป็นเส้นทางจักรยานที่ยาว และสวยงามที่สุดของประเทศไทย ที่สำคัญจะมีการส่งเสริมสนับสนุนด้านแรงงาน ให้ชาวบ้านมีอาชีพ ที่มั่นคงมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคต จ.นครพนม จะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่สำคัญของอีสาน ซึ่งจะต้องมีการต่อยอดพัฒนาอาชีพชุมชนอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ อบต.ท่าจำปา จะได้พัฒนาต่อยอดให้เป็นประเพณี วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวระดับอำเภอ จังหวัด อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนมต่อไป
ที่มา : https://mgronline.com

แสดงความเห็น

comments