หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย

3
23,939 views

หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย

ประวัติหลวงปู่สนธิ์ วัดอรัญญานาโพธิ์
บ้านท่า(นาโพธิ์น้อย) หมู่ที่ 8 ตำบลโพนสว่าง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
ปัจจุบันอายุ 100 ปี 80 พรรษา

นามเดิมชื่อสนธิ์ โคตะบิน เกิดวันอทิตย์ที่ 20 เมษายน 2454 บิดานายคำ โคตะบิน มารดาชื่อนางอุ่น โคตะบิน พี่น้องรวมทั้งหมด 10 คน ชาย 6 คน หญิง 4 คนภูมิลำเนา บ้านนาโพธิ์ ตำบลโพนสว่าง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
                 ชีวิตฆารวาส ในช่วงเป็นฆารวาสได้ใช้ชีวิตเป็นปกติหมือนชาวบ้านทั่วไป จนอายุ ย่าง 18 ปี นายสนธิ์ได้ออกหาปลา ตามลำน้ำอูนใกล้หมู่บ้านพร้อมเพื่อนบ้าน พอถึงเที่ยงวันหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ได้นอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ริมลำน้ำอูน ในท่านอนตะแคงมือพนมสองข้างหนุนศรีษะ ผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้านที่ไปหาปลาด้วยกันจึงทักขึ้นว่า นายสนธิ์นอนตะแคงมือพนมสองข้างหนุนศรีษะ จะไม่ได้ใช้ชีวิตครองเรือนเหมือนคนทั่วไป แต่จะได้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต พออายุครบยี่สิบปี หลวงปู่สนธิ์ก็ได้นิมิต ว่าได้เดินไปพบทางสองแพ่ง ซึ่งเส้นทางซ้ายมือมีผู้คนกำลังฟ้อนรำอยู่อย่างสนุกสนานและเชิญชวนให้หลวงปู่ไปเข้าร่วขบวนด้วย แต่หลวงปู่ได้ปฏิเสธ แล้วท่านเลือกเดินไปเส้นทางขวามือ ไปพบสถานที่ร่มรื่นมีศาลา หลวงปู่ได้ขึ้นไปพักบนศาลา หลังจากนั้นก็ตื่นจากนิมิต
              ต่อมาไม่นานมีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อถึงแก่กรรม ไม่มีผู้บวชหน้าไฟให้ พ่อของหลวงปู่สนธิ์จึงขอให้หลวงปู่สนธิ์บวช โดยมีหลวงพ่อแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเกศเป็นพระกรรมวาจาขวา และหลวงพ่อเกิดเป็นพระกรรมวาจาซ้าย อุปสมบถที่วัดศรีชมชื่น บ้านนาโพธิ์
หลังจากบวชหน้าไฟแล้วหลวงปู่สนธิ์ก็ไม่ได้ลาสิกขาเลย ในช่วงบวชปีแรกมีพระเณรจำพรรษาด้วยกันเก้ารูป หลวงปู่ได้ฉายแววความมีอัฉริยะโดยการเป็นผู้มีความมานะ ตื่นแต่เช้า ขยันท่องตำรา จำบทสวดต่างๆได้แม่นยำ จนหลวงพ่อเจ้าอาวาสชมว่า”พระเณรกลุ่มนี้สู้พระสนธิ์ไม่ได้หรอก” ก็เป็นความจริงดังที่ท่านกล่าว เพราะในปัจจุบันนี้ในเก้ารุปนั้นยังคงเหลือแต่หลวงปู่สนธิ์ ที่ยังครองสมณเพศอยู่อย่างมั่นคงตราบจนปัจจุบัน 
หลังจากจำพรรษาแรก หลวงปู่สนธิ์ได้ธุดงค์โดยเท้าเปล่า ไปจำพรรษาตามวัดต่างๆอีกหลายวัดในเขตอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอท่าอุเทน เป็นเวลาแปดพรรษา ช่วงจำพรรษาที่อำเภอท่าอุเทน ได้ปวารนาตนเป็นศิษย์ของหลวงปู่สีทัต วัดพระธาตุท่าอุเทน และได้ร่วมสร้างพระธาตุท่าอุเทน
                พรรษที่เก้า ออกธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าแสวงบุญขึ้นไปทางเหนือ ถึงวัดพระบาทบัวบกอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย และข้ามลำน้ำโขง ไปหมู่บ้าน กะลิงกะลัง แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว จำพรรษาอยู่สองพรรษา แล้วธุดงค์เลียบตามลำโขงลงไปทางใต้ ถึงภูเขาควายและอยู่จำพรรษาที่ถ้ำภูเขาควายได้สี่พรรษา หลวงปู่เล่าว่าในคืนหนึ่งเวลาประประมาณตีสอง ขณะที่นั่งปฏิบัติธรรมอยู่นั้น ได้มีฝูงสัตว์ป่า มี เสือโคร่ง หมี ได้เข้ามาใกล้บริเวณที่กำลังอยู่และเสือได้แสดงอาการใช้เท้าครูดกับลานหินคล้ายกับตะปบเหยื่อ หลวงปู่ได้ภาวนาและแผ่เมตตาให้ฝูงสัตว์เหล่านั้น ประมาณสิบนาทีต่อมาได้มีโขลงช้างป่าส่งเสียงดังก้องป่าทำให้ฝูงสัตว์ อาทิ เสือ และหมี ค่อยๆถอยห่างออกไปโดยไม่มีเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้นเลย
หลังจากจำพรรษาที่ประเทศลาวรวมหกพรรษา หลวงปู่ออกธุดงค์ขึ้นไปทางเหนืของลาวข้ามลำน้ำโขง มาที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แวะจำพรรษาตามที่ต่างๆ ในเขตภาคเหนือ เช่น สามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ และอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินธุดงค์ลงมาทางภาคกลางทที่จังหวัดชัยนาท นครปฐม สิงห์บุรี สระบุรี เดินธุดงค์ลงทางภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา นครศรีธรรมราช ภูเก็ต แล้วกลับขึ้นมาทางภาคอีสาน ผ่านจังหวัดนครราชสีมา
กลับมายังบ้านเกิดเพื่อโปรดโยมพ่อ โยมแม่และญาติพี่น้อง หลังจากนั้นได้เดินทางไปสร้างวัดและจำพรรษา ที่บ้านเปงจาน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และได้ทราบข่าวว่าโยมพ่อป่วย จึงเดินทางกลับมายังบ้านนาโพธิ์ เพื่อดูแลอาการป่วยของโยมพ่อ และได้มาสร้างวัดอรัญญานาโพธิ์ขึ้นในปี พ.ศ.2509 อยู่จำพรรษาอยู่จนถึงปัจจุบัน
หลวงปู่สนธิ์เป็นพระที่มีความสมถะ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เวลา เดินธุดงค์จะไม่มีทรัพย์สินมีค่าติดตัว ไม่สวมรองเท้า และบิณฑบาตก็รับแต่พอฉันในแต่ละมื้อเท่านั้นไม่เก็บสิ่งของมีค่า
ด้านปาฏิหาริย์ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านญาติโยมที่พบเห็นขณะที่หลวงปู่สนธิ์กำลังออกบิณฑบาต ฝนตกปรากฏว่าเม็ดฝนไม่ถูกตัวของหลวงปู่เลย ทั้งที่หลวงปู่ก็เดินบิณฑบาตไปตามปกติ แต่ฝนก็ตกตามหลังไป แต่ไม่ทันตัวหลวงปู่ชาวบ้านก็เลยเรียกว่า “ฝนไล่ไม่ทันหลวงปู่”
หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย1
ผลบุญกุศลที่หลวงปู่สนธิ์ได้มอบให้กับสังคมบ้านเมืองในฐานะเป็นพระผู้ให้และไม่เคยสะสมดังนี้
ด้านการศึกษา
1,โรงเรียนสนธิราษฎร์ประชาสนธิ์
2,โรงเรียนประชาสนธิ์นุสรณ์ บ.หนองนกทา อ.ศรีสงคราม
3,โรงเรียนสนธิราษฎร์วิทยา อ.ศรีสงคราม
4,โรงเรียนสนธิราษฎร์นาเพียงเก่าสามัคคี ต.นาเพียง อ.กุสุมาย์ สกลนคร
5,โรงเรียนมิตรภาพบ่อแสนพัน(สร้างเหรียญรุ่น 9 โดดร่ม) ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ สกลนคร
6,กองทุนเพื่อการศึกษาหลวงปู่สนธิ์ โรงเรียนสนธิราษฎร์วิทยา
7,มูลนิธิหลวงปู่สนธิ์ เขมิโย อ.ศรีสงคราม
8,อุปถัมภ์การตั้งกองทุนคืนสู่เหย้าโรงเรียนหนองซนพิทยาคม สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนหนองซนพิทยาคม อ.นาทม
ด้านการสาธารสุข
สร้างตึกสงฆ์อาพาธโรงพยาบาลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม
ด้านการศาสนา
สร้างพระอุโบสถวัดศรีสวาสดิ์ บ.โพนสว่าง ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม
ด้านศิลปวัฒนธรรม
สนับสนุนตั้งวงดนตรีพื้นเมือง(วงโปงลางโรงเรียนสนธิราษฎร์พาทย์พิณแคน)
วัตถุมงคลของหลวงปู่
วัตถุมงคลของหลวงปู่ ญาติโยมหรือลูกศิษย์ผู้จัดสร้างได้สร้างแจกเพื่อสาธารณกุศลทั้งนั้น ในที่นี้ของดกล่าวรายละเอียด

ตอนนี้หลวงปู่ท่านก็อายุ 100 ปีแล้ว หากใครไปอาจจะไม่ค่อยได้พบหลวงปู่ อยากพบหลวงปู่ ต้องตื่นเช้าๆ แล้วไปที่วัดอรัญญา แล้วถ้าพบก็อย่าอยู่นาน เป็นการถนอมธาตุขันธ์ของหลวงปู่ไปในตัวด้วย ส่วนใหญ่ท่านจะประจำที่วัดหนองนกทา

ที่มา : http://www.udon108.com/

แสดงความเห็น

comments