เก๋งแซงไม่พ้น ต้นเหตุกระบะหักหลบ เสียหลักชนแจ๊ซ ปู่วัย 80 ดับ

0
114 views

ภาพจากวงจรปิด ยันชัด เก๋งสีขาวต้นเหตุ แซงไม่พ้น ทำให้กระบะที่สวนทางมาต้องหักหลบ จนเสียหลัก พุ่งมาชนแจ๊ซ ทำปู่วัย 80 ดับ เจ็บอีก 3 หลานแฉคลิป จี้คนผิดตัวจริง ออกมารับผิดชอบ

จากกรณี เกิดอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ช่วงรอยต่อระหว่างบ้านหนองหญ้าไซกับ ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นถนน 2 เลน อยู่ระหว่างก่อสร้างขยายช่องจราจรเป็น 4 เลน ฝั่งขาเข้าตัวเมือง พบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผล 7316 ขอนแก่น สภาพรถพลิกตะแคง มีนายคัมภีร์ สีนาแค อายุ 35 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยชนเข้ากับ รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ฌน 2899 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ นายพิศ ราชบัณฑิต อายุ 80 ปี อดีตนักการภารโรง โรงเรียนบ้านวังตามัว ต.วังตามัว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ซึ่งเป็นลูกชาย หลาน และสะใภ้ของนายพิศ เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อ้ายพิณ ลูกพระธาตุฯ ซึ่งเป็นหลานของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ พร้อมข้อความระบุว่า “รบกวนชาวนครพนมด้วยครับ จากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนเมื่อวาน แถวๆ หน้าวังตามัว ตอนบ่ายกว่าๆ นี่คือวิดีโอและภาพจากกล้องหน้ารถพ่อผมที่โดนชน ปู่ผมเสียชีวิต พ่อและญาติๆ ผม บาดเจ็บสาหัส ใครที่ขับรถผ่านในช่วงเวลานั้นมีกล้องหน้ารถ เห็นเหตุการณ์รบกวนขอความอนุเคราะห์ในการแจ้งเบาะแสด้วยครับ คันสีขาวคาดว่าน่าจะเป็น ฮอนด้า บริโอ อเมซ สีขาว แซงไม่พ้น ทำให้กระบะคันที่ขับสวนเลนมาหักหลบมาชนรถพ่อผม ใครมีเบาะแส รบกวนแจ้งด้วยนะครับ

ฝากถึงเจ้าของรถคันขาวนี้ด้วยว่า ถ้าคุณรู้คุณมาแสดงความรับผิดชอบด้วยนะครับ การกระทำของคุณทำให้มีคนบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือใครที่รู้จักบอกเขาด้วยนะครับ คุณแซง คุณรอดผ่านไป แต่คนที่รับผลของการกระทำของคุณตอนนี้กำลังเป็นทุกข์อย่างมาก ขอบคุณครับ”

(ชมคลิป ที่นี่)

สำหรับเส้นทางสาย ทล.22 สายนครพนม-สกลนคร เขตบ้านหนองหญ้าไซกับ ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงนครพนม ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้างปรับปรุงขยายช่องทางการจราจร จาก 2 ช่องทาง เป็น 4 ช่อง จราจร ระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตร ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เรียกร้องไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้มีการปรับปรุงแก้ไข ป้องกัน เนื่องจากมีการนำดินมากองเป็นคันคูทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ช่องทางการจราจรแคบไม่มีไหล่ทาง บวกกับช่วงฝนตกจะกลายเป็นคลองน้ำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments