เดวิด อินธี

1
3,755 views

ในวงการลูกทุ่งเพื่อชีวิต ต้องมีนักร้องลูกครึ่งไทย-อเมริกัน “เดวิด อินธี” ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ด้วยเพลง “ตั้งใจมาหลอก” ในอัลบั้ม “ฝรั่งบนหลังควาย” เป็นสะพานให้ “เดวิด” ข้ามมาแจ้งเกิด และตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 “มือใหม่หัดรัก” อัลบั้มพิเศษ “แด่คุณครูด้วยหัวใจ” อัลบั้มชุดที่ 3 “เสือปืนไว” และอัลบั้มล่าสุด “ผู้ชายรักจริง” เส้นทางชีวิตของหนุ่มลูกครึ่งที่กว่าจะมีวันนี้ได้ก็สมบุกสมบันมาไม่ใช่น้อย 

  • ชีวิตเปื้อนฝุ่นในวัยเด็กพ่อแม่แยกทาง?

“ผมเป็นคนนครพนม เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย คุณพ่อเป็นคนอเมริกัน คุณแม่เป็นคนไทย สำหรับคุณพ่อไม่เจอกันมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ส่วนคุณแม่ก็อยู่ที่บ้านที่นครพนม ตอนนี้พ่อกับแม่ผมแยกทางกันแล้ว”
“ผมพี่น้อง 5 คน ผมเป็นน้องคนสุดท้อง ชีวิตวัยเด็กผมเหมือนเด็กชาวบ้านทั่วไป คลุกดินเล่นโคลนตามท้องไร่ท้องนา ไปช่วยกันทำไร่ไถนา ดำนาเกี่ยวข้าว ขี่ควาย ฐานะทางบ้านไม่ใช่ครอบครัวมีเงิน ทุกคนต้องช่วยทำงาน ต้องดูแลตัวเอง พี่สาวแต่ละคนก็ทำงานแต่เด็ก แต่ว่าผมโชคดีที่มาได้ทุนจากองค์การเปอร์เอสบัคช่วยเหลือเด็กลูกครึ่งอเมริกันในเรื่องการเล่าเรียน”
“ที่ผมหน้าฝรั่งแบบนี้เป็นเรื่องประจำที่โดนล้อบ่อยๆ ตอนเด็กๆ โกรธมาก เค้าชอบมาล้อว่าฝรั่งจมูกโต ตาน้ำข้าว เราก็น้อยใจและไม่เข้าใจว่าทำไมเราเกิดมาไม่เหมือนคนอื่นเค้า เลยทะเลาะกับคนรอบข้างบ่อย”

  • ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์เดวิด?

“ผมอยู่นครพนมจนถึงจบม.3 ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะเป็นช่วงที่ค่อนข้างเกเรนิดนึงคือเราไม่ชอบเรียน และเริ่มติดเพื่อน พอเห็นคนอื่นเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็อยากมาบ้าง งานที่ได้ทำคือเป็นช่างไฟฟ้าตามอาคาร ทำอยู่ 1-2 เดือนก็รู้สึกว่าเหนื่อย ชักไม่สนุกอย่างที่คิดแล้ว ก็กลับไปเตร็ดเตร่อยู่ที่นครพนมพักนึงแล้วก็ไปเรียนดนตรีเพิ่มเติม ก็ไม่ได้ว่าอยากเป็นนักดนตรีอะไรหรอก แต่พอดีว่าไปจีบสาวแล้วสาวๆ เค้าเล่นกีตาร์ ส่วนเราเป็นนักร้องก็รู้สึกเจ็บใจ ก็เลยไปหัดเล่นบ้าง จบกีตาร์ก็เรียนกลองต่อ ผมเองไม่ได้อยากเป็นนักร้องแค่อยากเป็นนักดนตรีตามผับ ตอนนั้นผมก็ได้เล่นดนตรีตามงานและร้านต่างๆ ใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่ปีสองปีก็กลับไปเรียนต่อม.ปลาย พอจบก็เข้ากรุงเทพฯ อีกทีมาทำงานเป็นเซลส์แมนขายลูกอม ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เหนื่อยสุดๆ”

  • ระหกระเหินจนเดินเข้าสู่เส้นทางของเสียงเพลง?

“ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรียนได้สักพักก็อยากไปอยู่พัทยาเพราะเพื่อนอยู่ที่นั่นเยอะ และญาติเราก็เปิดร้านอาหารด้วย ไปช่วยเค้าเสิร์ฟบ้าง ดูแลร้านบ้าง แล้วก็เริ่มหัดร้องเพลง ตอนนั้นเริ่มทำวงดนตรีขึ้นมาชื่อ “ไวท์ แคท” เล่นอยู่สองปี พอวงแตกก็ทำวงขึ้นมาใหม่อีกไปเล่นตามผับตามเธค แล้วช่วงหนึ่งผมเคยไปทำงานที่ฮ่องกงด้วย เห็นเพื่อนไปร้องเพลงที่ฮ่องกง รายได้ดีก็เลยอยากไปบ้าง แต่ไม่ค่อยถูกต้องนักคือ ผมไปเที่ยวสามารถอยู่ได้ 1 เดือนก็แอบรับจ็อบพิเศษร้องเพลง มาช่วงหลังๆ ก็เริ่มเปิดแผ่น พอมีรายได้ที่เป็นเงินเก็บมาใช้ในช่วงที่มาบันทึกเสียงทำมาสเตอร์กับพี่วิสาท โมรา (โปรดิวเซอร์)”

  • ชีวิตเกิดมา เพื่อตัวโน้ตและศิลปิน?

“ในสมองช่วงนั้นเคยแวบๆ ว่าอยากเป็นศิลปินกับเค้าบ้างแต่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะกลัว เคยเขียนประวัติตัวเองเตรียมส่งไปค่ายเทปต่างๆ แต่ก็ทิ้งไป พอดีช่วงนั้นได้รู้จักกับพี่วิสาท ก็ทำมาสเตอร์เพลงด้วยกันเพื่อเตรียมไปเสนอค่ายๆ ต่าง แล้วพี่วิสาทเค้าเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ที่ค่ายรถไฟดนตรีอยู่แล้วเค้าก็ลองเอาไปเสนอหลายครั้ง ผมตามพี่เค้าอยู่ 3-4 เดือน ไปนั่งรอพี่เค้าประชุมที่หน้าออฟฟิศ ตอนนั้นก็ท้อแต่มันก้าวมาครึ่งตัวแล้ว เอกสารทุกอย่างที่เตรียมไว้สำหรับเซ็นสัญญามันเละไปหมดแล้ว พอเดือนที่ 4 เค้าก็เรียกเข้าไปคุยและเซ็นสัญญา ผมดีใจมาก อัลบั้มแรกชื่อ “ฝรั่งบนหลังควาย” เพลงดังคือ “ตั้งใจมาหลอก” ซึ่งได้รับความนิยมมาก ผมไม่คิดเลยว่ามันจะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้”

  • ชีวิตพลิกผันหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนธรรมดามาเป็นนักร้องดัง?

“ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งแล้วมาร้องลูกทุ่งน่าจะมีส่วนที่ทำให้เรามีชื่อเสียงเร็ว คำว่า “ฝรั่งบนหลังควาย” ที่เป็นอัลบั้มแรกก็เป็นอะไรที่มาจากตัวเราอยู่แล้ว ผมเป็นเด็กบ้านนอกโตมากับท้องไร่ท้องนา วันนึงมีโอกาสเรามาอยู่ตรงนี้ก็อยากให้คนรู้ว่าเรามาจากตรงนั้นจริงๆ พอคนมองว่าฝรั่งมาร้องเพลงก็น่าสนใจ อย่างแรกคือคนเค้าจะสงสัยว่าเราจะร้องชัดมั้ย ซึ่งเราร้องสำเนียงไทยชัดเลย อีกอย่างแนวเพลงของผมเป็นลูกทุ่งเพื่อชีวิตก็คงเป็นอีกความแปลก”
“งานเพลงของผมค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีทุกชุด ทำให้ต้องมีมาตรฐานในการทำงาน เพลงที่ได้มาผมต้องมาคัดสรร บางเพลงต้องช่วยกันเขียน ไม่ใช่ว่าคนเดียวเขียน บางเพลงที่ผู้ใหญ่หามาให้ก็มาถามผมก่อนว่าเพลงนี้ดีมั้ย ชอบมั้ย ร้องได้มั้ย ถ้าเกิดมันไม่ใช่ตัวเราจริงๆ ผมก็ไม่เอา ผมยอมรับว่าผมกดดันนะ เพราะที่ผ่านมาเรามีเพลงติดชาร์ตหลายเพลง ก็เป็นข้อเปรียบเทียบว่าถ้างานชุดหน้ามันไม่ดีมันจะแย่มั้ย แต่ผมมองมุมที่ว่าคนเราทำงานจะให้ดีและดังทุกเพลงคงเป็นไปไม่ได้ เราควรทำเพลงให้คนฟังได้ทุกเพลงดีกว่า”

  • อัลบั้มชุดที่ 2 ถือเป็นช่วงที่สุดของชีวิต?

“ตอนนั้นเพลง “ฝากแฟนผมด้วย” เป็นที่รู้จัก คือผมไม่มองว่าเพลงดังแล้วสุดยอดนะ แต่เรารู้สึกว่าจากชุดแรกคนรู้จักเราและเพลง “ตั้งใจมาหลอก” เยอะมาก ก็กลัวว่าชุดที่ 2 จะไม่เป็นอย่างนี้ แต่ปรากฏว่าเพลง “ฝากแฟนผมด้วย” ได้รับการตอบรับที่ดี เลยรู้สึกว่าเราสามารถรักษาระดับงานเพลงตัวเองได้”

  • ถึงจะดังแค่ไหนก็ยังยืนว่าไม่เปลี่ยนไป?

“สำหรับผมคิดว่าตัวเองไม่เป็นนะ เพราะคนใกล้ชิดที่รู้จักกันมาเค้าก็ชื่นชมผมในจุดนี้ คนที่มองว่าผมเปลี่ยนไปเค้าคงไม่ได้เข้ามารู้จักตัวตนของผมจริงๆ ซึ่งตอนแรกที่โดนมองแบบนี้เราก็เสียใจเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็น แต่ตอนหลังก็ไม่รู้สึกอะไรคือเราไม่ได้เป็นแบบนั้น” นักร้องหนุ่มกล่าวยืนยัน

  • “หล่อ” แต่ไม่ “หลอก” สาว?

เป็นนักร้องดังแถมยังหน้าตาดี เลยเป็นจุดที่ทำให้มีผู้หญิงเข้ามา จนถูกมองว่าใช้ความหน้าตาดีมาหลอกสาวๆ “เดวิด อินธี” รีบแก้ต่างว่า
“ผมว่าคงไม่ใช่การหลอกกัน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนอัธยาศัยดี เข้าได้กับทุกคน มันก็ถูกมองว่าเราเป็นคนเจ้าชู้ไป ถามว่าผมเจ้าชู้มั้ยก็มีบ้าง คือผู้ชายมันมีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้ไปเกินเลยกับใคร ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ชอบแกล้งคนมาก ยิ่งสนิทก็ยิ่งแกล้ง ก็คิดว่าเราไปชอบเค้าจริงๆ ซึ่งจริงๆ เราอาจจะคิดกับแค่เป็นพี่เป็นน้อง แบบนี้เค้าก็เลยคิดว่าผมไปหลอกเค้ามากกว่า”

  • ในชีวิตจริงมี “สาว” มานั่งจองอยู่ในใจแล้ว?

“ตอนนี้ผมก็มีคนที่คุยและคบอยู่ รู้จักกันมาเกือบ 2 ปีแล้วก็เป็นคนน่ารัก เก่ง มีสมอง ขยัน ดูแลตัวเองได้ดี เอาตัวรอดได้ เรื่องบางเรื่องเค้าทำเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งผม แถมบางครั้งเราต้องไปพึ่งเค้าในเรื่องขอคำปรึกษาด้วยซ้ำ ผมจะบอกเสมอว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงที่หน้าตาสวย ขอแค่ดูได้ ดูแลตัวเองดี ที่สำคัญต้องขยัน เก่ง แค่นี้ก็โอเคแล้ว ส่วนเรื่องอนาคตก็ต้องดูกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้ขอทำงานเพลงให้ดีก่อน”

ข้อมูลจาก : www.esanclick.com

แสดงความเห็น

comments