เสี่ยรับเหมาโวย! ทางหลวงเรียกตรวจรถขนหินกะทันหัน พลิกคว่ำหวิดตาย

0
320 views

นครพนม- “เสี่ยเป็ด”เสี่ยรับเหมาก่อสร้างโวยเจ้าหน้าที่ทางหลวง เรียกตรวจจับรถบรรทุกกะทันหัน จนทำให้รถบรรทุกเสียหลีกพลิกคว่ำลงข้างทาง หินที่บรรทุกหกเรี่ยราด ซัดทำงานไม่รอบคอบทำให้เกิดความเสียหายเสี่ยงชนคนตาย ด้าน ผอ.ทางหลวงนครพนมโต้กลับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ

วันนี้( 11 ม.ค.)ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายภาคิน มุทาไร หรือ เสี่ยเป็ด อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 244 หมู่ 10 บ้านดงหมู ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม และเป็นเจ้าของ หจก.นครพนม ป.เจริญ รับเหมาก่อสร้างทั่วไป ว่า รถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 80-7865 นครพนม ซึ่งบรรทุกหินมาจากบ้านเชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน พลิกคว่ำอยู่ข้างถนนทางหลวงแผ่นดิน 212 ช่วงบ้านท่าควาย ต.อาจสามารถ เขตเทศบาลเมืองนครพนม 

โดยเหตุที่รถพลิกคว่ำเพราะถูกเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงแผ่นดิน เรียกให้หยุดอย่างกระชั้นชิด แต่คนขับไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ข้างหน้าก็มีรถกระบะวิ่งอยู่ จึงหักหลบและพลิกคว่ำดังกล่าว

จากการตรวจสอบ บริเวณที่เกิดเหตุอยู่เยื้องกับโรงเรียนกีฬาบ้านอาจสามารถ พบรถบรรทุกพลิกตะแคงด้านขวา หันหัวไปทางเข้าเมืองนครพนม มีหินกรวดจากแม่น้ำโขงหกเรี่ยราด มี นายศรัญญู ไชยผาบ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 124 หมู่ 11 บ้านใหม่แสงอรุณ ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นคนขับ ยืนอยู่กับเสี่ยเป็ดเจ้าของรถ พร้อมเล่ารายละเอียดว่า 

เมื่อเวลา 19.35 น. วันที่ 10 ม.ค.61 ตนขับรถบรรทุกหินมาจากบ้านเชียงยืน โดยมีภรรยานั่งมาเป็นเพื่อน เพื่อนำไปสต๊อกไว้ที่โรงงานของเสี่ยเป็ด ขณะขับมาถึงบ้านท่าควาย มีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สี่ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎธ 8031 กรุงเทพมหานคร ขับขึ้นมาประกบด้านขวา เปิดกระจกซ้ายส่งสัญญาณให้จอด พร้อมบีบแตรเสียงดัง แต่มีรถยนต์กระบะที่วิ่งอยู่ด้านหน้ารถบรรทุก ตกใจเสียงแตรแล้วเบรกอย่างกระทันหัน 

ตนจึงหักรถหลบไปทางด้านซ้าย แล้วเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ตนกับภรรยาตะเกียกตะกายพยายามออกจากตัวรถ มีคนในรถโตโยต้าวิ่งมาช่วยนำร่างออกมา จึงรู้ว่ารถคันที่บีบแตรนั้นเป็นรถยนต์ของแขวงทางหลวงแผ่นดินจังหวัดนครพนม

นายนายศรัญญู เล่าต่อว่าหลังเกิดเหตุ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งให้เสี่ยเป็ดทราบ ก่อนที่พาไปให้ปากคำกับ ร.ต.อ.ก้องธานี ดีโนนเมือง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนครพนม ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ทางด้านนายภาคินหรือเสี่ยเป็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนข้องใจเป็นอย่างมากว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงแผ่นดินฯ ทำไมต้องเรียกจอดรถอย่างกระชั้นชิด อีกทั้งเป็นเวลามืดค่ำ ควรมีความระมัดระวังในการเรียกตรวจ เพราะรถบรรทุกของหนัก ไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที หากลูกน้องตนไม่มีสติ ข้างหน้ามีรถกระบะแล่นอยู่ เกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บคนตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ 

อยากให้เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงแผ่นดินฯ มีความรอบคอบในการตรวจจับมากกว่านี้ และตนพร้อมให้ความร่วมมือทุกประการ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่ทราบ และยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงแผ่นดินฯ ต้องรอปรึกษาทนายความก่อน

ขณะเดียวกัน นายวุฒิพงษ์ คำภูแสน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงแผ่นดินนครพนม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เช้าของวันที่ 10 ม.ค. มีเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงท่าอุเทน จำนวน 4 นาย ออกปฏิบัติหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.ทางหลวงแผ่นดิน 2535 เพื่อตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ขณะปฏิบัติหน้าที่สวมชุดเครื่องแบบชัดเจน ไม่มีการปิดบังอำพราง จนเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันเดียวกัน พบรถบรรทุกหินคันดังกล่าว วิ่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) ลักษณะอาจจะบรรทุกน้ำหนักเกิน กว่ากฎหมายกำหนด 

จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่คนขับไม่ยอมหยุดกลับขับหลบหนีออกนอกเส้นทางของทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งอยู่นอกเขตอำนาจของเจ้าหน้าที่ ตนจึงสั่งให้เฝ้าติดตามรถบรรทุกคันนี้ไว้

กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. รถบรรทุกต้องสงสัยได้ขับขึ้นมาบนถนนหลวงแผ่นดินสาย 212 อีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามมาทันที่บริเวณดังกล่าว แล้วให้สัญญาณเพื่อจอดรถ แต่คนขับหักหลบลงข้างทางแล้วพลิกคว่ำ ขอยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง 

“ส่วนมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันนั้น ต้องรอดูว่านายภาคินหรือเสี่ยเป็ดจะแจ้งในข้อหาอะไร รถบรรทุกไม่ขับหลบหนี คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้” นายวุฒิพงษ์กล่าว

ที่มา : https://mgronline.com

แสดงความเห็น

comments