ไล่ออกแล้ว! พนักงาน ธกส. โกงเงินลูกค้าชำระหนี้ 2.5 ล้านบาท

0
358 views
ผู้จักการ ธกส. สาขาท่าอุเทน ยันไล่ออกพนักงานสาว ยักยอกเงินชำระหนี้ของชาวบ้าน เสียหายประมาณ 2.5 ล้านบาท พร้อมพิจารณาขยายเวลาชำระหนี้ให้ ด้าน ตร. ส่งสรุปผลคดีให้ ปปท. พิจารณาเอาผิดตามขั้นตอน …

วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีมีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กว่า 30 ราย ร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากปัญหา ถูก นางสาวศศิธร หอมดวง อายุ 36 ปี พนักงานสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ยักยอกเงินไปจำนวนหลายล้านบาท โดยอาศัยหน้าที่ในการบริการชาวบ้าน ในส่วนของการนำเงินไปชำระหนี้ให้กับทางธนาคาร แต่ไม่มีการนำเข้าระบบ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า 30 ราย ถูกธนาคารเร่งรัดหนี้สิน เพราะผิดชำระหนี้สินเชื่อ พร้อมให้มีการดำเนินคดีเอาผิด

ล่าสุด นายจักรพงศ์ โลหะ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. สาขา อ.ท่าอุเทน  เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ทาง ธกส. ได้มีการดำเนินการตรวจสอบมาต่อเนื่อง และมีการสอบสวนเอาผิดตามขั้นตอน หลังชาวบ้านร้องเรียน โดยพบว่ามีผู้เสียหาย ประมาณ 30 ราย และมีเงินที่สูญหายไป ประมาณ 2.5 ล้านบาท ไม่ถึง 12 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว

ส่วนวงเงินสินเชื่อทั้งหมด ประมาณ 12 ล้านบาทนั้น เป็นสินเชื่อรวม แต่ไม่ได้สูญหายทั้งหมด ล่าสุดธนาคารได้มีการหารือพิจารณาเสนอไปยังผู้มีอำนาจ พร้อมมีคำสั่งให้ไล่ออกตั้งแต่ วันที่ 27 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ส่วนการดำเนินคดีอาญา ได้ประสานให้ตำรวจดำเนินการ หลังมีชาวบ้านเข้าแจ้งความร้องทุกข์

นอกจากนี้ในส่วนของหนี้สิน ทางธนาคาร จะได้มีการพิจารณาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเป็นรายไป โดยยังไม่มีการเร่งรัด หรือดำเนินคดีกับชาวบ้าน รอการสรุปเกี่ยวกับคดี รวมถึงการชดใช้ตามขั้นตอน ซึ่งทางธนาคารยืนยันว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนเด็ดขาด และดูแลบริการให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน ไม่ให้ได้รับผลกระทบ และเดือดร้อนอย่างแน่นอน

ส่วน พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า ในส่วนการดำเนินคดี ของตำรวจ หลังมีชาวบ้านร้องทุกข์ รวมถึงได้รับการประสานจากทางธนาคาร ธกส. พร้อมมอบหมายให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นจากากรสอบสวนพบว่ามีพยานหลักฐาน และมีมูล ในการกระทำผิด ซึ่งพบยอดเงินที่ได้รับความเสียหาย ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ยืนยันทางตำรวจได้เร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ล่าสุดได้มีการสรุปผลการสอบสวนเกี่ยวกับในความผิด ยักยอกฉ้อโกงประชาชน รวมถึงใช้อำนาจหน้าที่ในการทุจริต แต่ในขั้นตอนจะต้องมีการส่งหลักฐานทั้งหมด ไปยัง ปปท. เนื่องจาก เจ้าพนักงานรัฐ เมื่อมีความผิดจะต้องเสนอไปยัง ปปท.พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอน

ซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอผลสรุปทาง ปปท. ชี้มูลความผิด จากนั้นจะได้ดำเนินการในเรื่องของการดำเนินคดี ทั้งทางอาญา และทางแพ่งในการเรียกร้องให้ชดใช้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชนในการทำธุรกรรม หรือเกี่ยวกับการเงินต่างๆ กับหน่วยงานหรือธนาคาร ควรมีการตรวจสอบ และติดต่อโดยตรง อย่าหลงเชื่อหรือไว้ใจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน เพราะอาจจะเกิดความเสียหาย และอาจกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments