ชาวอำเภอบ้านแพงร้องนายอำเภอสอบนายทุนฮุบที่รัฐ กว่า 5 พันไร่ เก็บค่าเช่า พบนำที่ดินรัฐแสวงประโยชน์ ขูดเลือดเก็บค่าเช่า นานกว่า 20 ปี ไม่เสียภาษี

0
415 views

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้มีตัวแทนกลุ่มเกษตรกร ชาว อ.บ้านแพง นำโดย นายอังกูล ถิ่นพนม อายุ 56 ปี พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ อ้วนแก้ว อายุ 62 ปี ชาว อ.บ้านแพง ที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหา นายทุนฉวยโอกาสเข้าไปครอบครองฮุบที่ดินสาธารณะประโยชน์ เพื่อแสวงกำไรขูดเลือดรีดค่าเช่า ที่ดินสาธารณประโยชน์ ริมแม่น้ำโขง บริเวณเกาะดอนแพง ในพื้นที่ หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่า หาดดอนแพง ซึ่งเป็นพื้นที่งอกใหม่ ครอบคลุมพื้นที่บ้านหัวหาด หมู่ 12 จรดบ้านท่าลาด หมู่ 9 ต.บ้านแพง ระยะทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร รวมมีเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ นำเอกสารหลักฐาน เข้าร้องเรียนต่อ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอบ้านแพง พร้อมนำข้อมูลร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน สะท้อนปัญหาไปยัง หน่วยงานเกี่ยวข้อง และรัฐบาล ให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เนื่องจาก ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ เดิมเคยมีเอกสารการจัดสรรจับจองให้ ชาวบ้านทำการเช่าเป็นที่ดินทำกิน ปลูกพืช ผัก ทำการเกษตร เลี้ยงชีพ มาตั้งแต่ประมาณ ปี 2528 โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เป็นผู้กำกับดูแล ในลักษณะให้เกษตรกรเช่าทำกิน

จนกระทั้งปัจจุบันเกิดปัญหาเนื่องจาก ทางภาครัฐโดยกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแล และมีคำสั่งออกประกาศให้จัดสรรที่ดินทำกินแก่เกษตรกร มาตั้งแต่ ปี 2502 ไม่มีความชัดเจน เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์การครอบครองดูแลให้กับ หน่วยงานในท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านแพง รวมถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย เกี่ยวกับการถ่ายโอน เป็นช่องว่างทำให้ มีนายทุนบางกลุ่มในพื้นที่ เข้าไปฉวยโอกาส ซื้อขายใบจับจองจากชาวบ้าน นำมาแสวงประโยชน์ จัดเก็บรายได้ค่าเช่า มานานกว่า 20 ปี โดยไม่มีการเสียภาษี ซึ่งมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ของเทศบาลตำบลบ้านแพง ที่เคยออกสำรวจการเช่าที่ดินทำกินดังกล่าว เมื่อปี 2560 พบว่า มีชื่อนายทุน เข้าไปครอบครองดูแล มากกว่า 70 แปลง เป็นเนื้อที่หลาย 1,000 ไร่ ซึ่งมีการเก็บค่าเชื่อไร่ละประมาณ 8,000 – 10,000 บาท โดยไม่มีการเสียภาษีให้รัฐ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบ ล้างระบบนายทุน เพื่อให้เกษตรกรได้ทำประโยชน์ สร้างอาชีพสร้างรายได้ และให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามกฎหมาย

นายอังกูล ถิ่นพนม อายุ 56 ปี ตัวแทนเกษตรกรชาว อ.บ้านแพง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ก่อนนี้ตนได้มีการตรวจสอบข้อมูล เกี่ยวกับที่ดินหาดดอนแพง มานานหลายปี จนกระทั่งล่าสุด มีญาติตกเป็นผู้เสียหาย เคยมีเอกสารการเช่าที่ดิน เป็นเนื้อที่ ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง แต่ภายหลังถูกนายทุนเข้ามาครอบครอง อ้างว่า มีการซื้อขายมาจากคนที่มีกรรมสิทธิ์มาก่อน แต่พอตรวจสอบ พบว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถจะซื้อขายได้ และไม่สามารถที่จะมาเรียกเก็บค่าเช่าได้ ตนจึงได้ ทำหนังสือร้องเรียนไปยังเทศบาลตำบลบ้านแพง รวมถึงอำเภอบ้านแพง ให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบข้อมูลจากเอกสารหลักฐานของเทศบาลตำบลบ้านแพง เมื่อปี 2560 ตรวจสอบการครอบครอง ทำประโยชน์ในที่ดินรัฐเกาะดอนแพง พบว่ามีรายชื่อผู้ครอบครองกว่า 3,000 ราย แต่มีข้อสังเกตว่า มีชื่อนายทุนคนเดียวกันมากกว่า 70 แปลง และพบว่ามีนายทุนเข้ามาฉวยโอกาสจับจองที่รัฐ เก็บค่าเช่ามานานกว่า 20 ปี โดยไม่มีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบดูแล ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน เกษตรกร ในพื้นที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี ซึ่งในแต่ละปีมีการจัดเก็บค่าเช้ารวมปีละหลายล้านบาท

นายอังกูล ถิ่นพนม กล่าวอีกว่า ที่สำคัญตนเจอปัญหาด้วยตัวเอง เนื่องจาก มีที่ดินประมาณ 1 ไร่ครึ่งของ นายสมศักดิ์ อ้วนแก้ว อายุ 62 ปี ชาว อ.บ้านแพง ซึ่งเป็นน้าชาย ทำกินมาแต่พ่อแม่ แต่มีนายทุนมากล่าวอ้างว่า เป็นของนายทุน และมีการฉวยโอกาส นำไปให้ ชาวบ้านรายอื่นเช่าทำกิน จนมีการต่อสู้ร้องเรียนกันมาหลายปี จึงได้มีการตรวจสอบ ค้นหาเอกสารหลักฐาน พบมีหลักฐานการเช่าทำกินกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม จึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนให้มีการตรวจสอบแก้ไข และเชื่อว่าชาวบ้าน จะถูกเอารัดเอาเปรียบขูดรีดเก็บค่าเช่าในลักษณะนี้ เกือบทุกราย จึงต้องการให้ทางจังหวัด รวมถึง รัฐบาลมีการตรวจสอบแก้ไขเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาล ล้างระบบนายทุน เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์แท้จริง

นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอบ้านแพง เปิดเผยว่า ยอมรับว่าที่ดินเกาะดอนแพง ที่ชาวบ้านทำกิน ปลูกพืชการเกษตรริมแม่น้ำโขง ขาดการตรวจสอบดูแลมานาน เนื่องจากยังติดปัญหาความชัดเจนของกระทรวงมหาดไทย ที่เคยมอบหมายให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ดูแล ทำให้ปัจจุบันไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน และขาดการตรวจสอบจัดเก็บภาษีมานาน หลาย 10 ปี ซึ่งทางอำเภอ หลังได้รับเรื่องร้องเรียน จะได้ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านแพง เพื่อตรวจสอบรายชื่อสิทธิ์การเช่าทำกิน หากพบว่ามีนายทุนเข้ามามีส่วนได้เสีย จะต้องมีการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย และมีการล้างระบบจัดสรรที่ดินทำกินแปลงนี้ใหม่ ให้นายทุนที่เข้ามาครอบครองเก็บค่าเชิญออกจากพื้นที่ ทั้งนี้จะต้องรอขั้นตอนการตรวจสอบแก้ไข จากหน่วยหน่วยงาน ทางอำเภอยืนยันจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ป้องกันนายทุนฉวยโอกาสครอบครองแสวงกำไร

ที่มา : นครสารออนไลน์

แสดงความเห็น

comments