นรข.นครพนม สกัดจับกระบะซุกยาบ้าเข้าฝั่งไทย ยึดได้ 3.75 ล้านเม็ด

0
215 views

นรข.นครพนม สกัดจับกระบะซุกยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาฝั่งไทยได้กว่า 3.75 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท คนขับสารภาพได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ทำไปเพราะต้องการเงิน…

วันที่ 7 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลงานการจับกุม ขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติ 2 ราย มี นายบรรจบ ศรีวรสาร อายุ 46 ปี ร่วมกับ นายวรวุฒิ เสนพันธุ์ อายุ 35 ปี ชาวบ้าน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ยึดของกลาง รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน สฐ 5246 กทม. ภายในกระบะบรรทุกยาบ้ามาเต็มคันรถ บรรจุในกระสอบสวมด้วยถุงดำ ตรวจนับได้ 3.75 ล้านเม็ด คิดเป็นเงินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการจับกุมตรวจยึดยาบ้ามากกว่า 10 ล้านเม็ด กัญชามากกว่า 5 ล้านเม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจะได้เพิ่มมาตรการเข้ม ป้องกันฉวยโอกาสลักลอบขน ในช่วงกำลังจะมีการเลือกตั้ง เพราะเจ้าหน้าที่มีภารกิจมากขึ้น

สำหรับ การจับกุมตรวจยึดครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ นรข. มีการสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม กระทั่งมีการระดมกำลังลงพื้นที่จับกุมได้ หลังขบวนการค้ายาบ้า มีการลักลอบขนส่งเข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ก่อนมีการสกัดตรวจยึดจับกุมได้ บริเวณถนน ในเขต อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงจับกุมตรวจยึดเป็นของกลาง

นอกจากนี้ ในการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา คือ นายวรวุฒิ เสนพันธุ์ อายุ 35 ปี เคยถูกจับกุมคดีเสพยาบ้า เมื่อเดือน ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา เชื่อว่าเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ จนมาถูกจับกุมในครั้งนี้

พลเรือตรี ระพีพงษ์ โสวรรณ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงนครพนม เผยว่า เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุนเป็นเงินค่าจ้าง ประมาณ 50,000 บาท โดยมีหน้าที่เพียงขับรถ เนื่องจากมีเพื่อนร่วมขบวนการติดต่อ จึงตัดสินใจรับจ้างขับ เพื่อต้องการเงินมาใช้จ่ายเพราะไม่มีงานทำ ซึ่งไม่รู้ที่มาและไม่มีเป้าหมาย เพียงขับรถยนต์ ตามที่ผู้ว่าจ้างแจ้งนัดหมาย

อย่างไรก็ตาม ทาง นรข. จะได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผลหาที่มา ติดตามผู้ร่วมขบวนการ มาดำเนินคดี ส่วนที่มาของยาบ้า คาดว่ามาจากทางภาคเหนือ เนื่องจากปัจจุบันมีการเลี่ยงการจับกุม หันนำเข้าทางอีสานมากขึ้น จึงต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดมากขึ้น พร้อมประสานขอความร่วมมือชาวบ้านแจ้งเบาะแส ถือเป็นสิ่งสำคัญในเรื่องการข่าว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะสกัดกั้นปราบปรามจับกุม.

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments