เคสลูกชิ้นทอดแผลงฤทธิ์ลามเพิ่ม 3 ราย ลุ้นอีก 200 หลังปิดหมู่บ้านตรวจคัดกรอง

0
227 views

นครพนม – เคสลูกชิ้นทอดแผลงฤทธิ์ลามเพิ่ม 3 ราย ลุ้นอีก 200 หลังปิดหมู่บ้านตรวจคัดกรอง สื่อช่วยพ่อ-แม่-ลูก ป่วยโควิดถึงมือหมอแล้ว

วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ) เผยแพร่จำนวนผู้ป่วยยืนยันผลประจำวันตรวจพบเพิ่ม 23 ราย (รายที่ 330-352) รวมยอดป่วยสะสม 352 ราย ซึ่งในจำนวน 23 รายที่ตรวจพบ มี 20 รายที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และได้ประสานศูนย์ฮอทไลน์สายด่วน สสจ.นครพนม ส่วนมากจะรู้ตัวเองว่าติดเชื้อโควิด จึงเข้าสู่ระบบสาธารณสุขตามที่จังหวัดกำหนดมาตรการการเข้าพื้นที่จังหวัดนครพนม ส่วนอีก 3 รายอยู่ อ.ธาตุพนม มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายที่ 290 และ 291 ที่มีอาชีพขายลูกชิ้นทอดในตลาดนัดคลองถม บ้านดอนสวรรค์ หมู่ 3 ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม และ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเคสนี้มีผู้เดินทางมาจาก กทม. 3 คน และร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน โดยไม่ได้แจ้งการเข้าพื้นที่กับผู้นำชุมชน หรือ อสม.ประจำหมู่บ้าน ถือว่าฝ่าฝืนประกาศของจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จึงถูกแจ้งความดำเนินคดีเป็นรายที่ 3 ของจังหวัดนครพนม ที่มีญาติพี่น้องหรือตัวเองเข้ามาในพื้นที่โดยไม่แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

นอกจากนี้แล้วหลังมีการตรวจพบผู้ป่วยอาชีพขายลูกชิ้นทอดตามตลาดนัดฯ จึงเป็นสาเหตุให้ทางจังหวัดนครพนม ประกาศปิด 3 หมู่บ้านเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม ได้แก่ 1.หมู่ 2 บ้านโสกแมว 2.หมู่ 3 บ้านดอนสวรรค์(บางส่วน) และ 3.หมู่ 9 บ้านโชคอำนวย ต.อุ่มเหม้า โดยเดินหน้าตรวจคัดกรองเชิงรุกคนทั้ง 3 หมู่บ้าน จำนวน 1,620 รายเพื่อค้นหาเชื้อโควิด ซึ่งตรวจไปแล้ว 200 รายโดยจะมีผลออกมาในอีกวันสองวันนี้ ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังทยอยตรวจจนครบทุกราย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า จากกรณีที่นางสุทัศน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พนักงานโรงงาน พร้อมสามีอายุ 46 ปี อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ย่านวัดไร่ขิง จ.นครปฐม และลูกชายอายุ 21 ปี ติดเชื้อโควิดทั้งครอบครัว แต่โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่มีเตียงว่าง จึงเตรียมจะขับรถ จยย.จากนครปฐมมารักษาตัวที่บ้านเกิด อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งได้โทรศัพท์เข้าศูนย์ฮอทไลน์สายด่วน สสจ.นครพนม ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบว่า 3 ชีวิตจะซ้อน จยย.มาก็ยังไม่อนุญาตเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยระหว่างเดินทาง เช่น ยางรั่ว ฝนตก อีกทั้งอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เป็นจังหวะเดียวกันมีนักข่าวท้องถิ่นทราบปัญหา จึงได้ประสานไปยังหน่วยงานส่วนกลาง อนุเคราะห์ด้านยานพาหนะ ซึ่งทางทีมงานก็ได้นำรถกู้ชีพมารับกลับภูมิลำเนา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ล่าสุด นางสุทัศน์ผู้ป่วยโทรติดต่อนักข่าวประจำจังหวัดนครพนม ว่า ได้ออกเดินทางจากห้องพักเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 7 กรกฎาคม โดยมาทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยอยู่ จ.มุกดาหาร 1 ราย จากนั้นรถกู้ชีพนำส่งผู้ป่วยเขตเทศบาลเมืองนครพนม 1 ราย และสุดท้ายนำ 3 คนพ่อแม่ลูกส่งถือมือแพทย์ รพ.นาหว้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนางสุทัศน์เล่าว่าทางรถกู้ชีพ แจ้งให้ทราบระหว่างเดินทางจะไม่แวะจอดที่ไหน หากปวดท้องหนักเบาจะจอดข้างทางเท่านั้น เพื่อป้องกันการไปสัมผัสผู้อื่น ตลอดทางได้รับการบริการดีมาก

ขณะเดียวกัน worldometers ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่าประเทศไทยขึ้นไปอยู่อันดับที่ 11 ของโลก กรณีมีผู้ป่วยอาการหนักจากโรคโควิด จำนวน 2,147 ราย ติดสะสม 289,233 ราย และเสียชีวิต 2,276 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2564) ส่วนอันดับ 1 ยังคงเป็นประเทศอินเดีย อันดับ 2 ประเทศบราซิล และอันดับ 3 ประเทศโคลอมเบีย เป็นต้น

มีรายงานข่าวด่วนแจ้งว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ “โควิด-19” ภายหลังตัวเลข “ผู้ติดเชื้อโควิด” อยู่ที่ 7,058 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิตวันนี้ 75 ราย ซึ่งพุ่งสูงทำลายสถิติใหม่นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

ซึ่งการแถลงข่าวจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นประเด็นเรื่อง มาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19  โดยใช้มาตรการทางสังคม ซึ่งได้สรุปได้เป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้

1.อนุมัติให้ใช้ชุดตรวจอย่างง่าย rapid antigen แบบ swab ในสถานพยาบาลที่มีเตียงรองรับ สามารถทำได้เลย ถ้าผลเป็นลบให้กลับบ้านได้ ถ้าผลเป็นบวก ควรตรวจ RT-PCR ซ้ำอีก เพราะเป็นวิธีมาตรฐาน ส่วนเรื่องอนุญาตให้ตรวจ rapid antigen ที่บ้านจะเป็นระยะถัดไปเร็วๆนี้

2.Home Isolation และ Community Isolation จะมีระบบสาธารณสุขเข้าไปดูแล ร่วมกับ สปสช. จะทำการดูแลเป็นครอบครัว และมีเครื่องมือต่างๆ เช่น oximeter กำลังเร่งทำอยู่

3.เน้นมาตรการบุคคลอย่างเข้มงวด DMHTT หรือ บับเบิ้ลแอนด์ซีลตัวเอง สวมหน้ากากฯ รักษาระยะห่าง ล้างมือให้เน้น Work From Home มากขึ้น

4.เร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยง เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑล และเร่งฉีดให้กลุ่มเสี่ยงเพื่อลดอัตราการตาย ในสัปดาห์หน้าจะระดมฉีดที่ กทม.

5.ทางกระทรวงสาธารณสุข เสนอ ศบค. ให้มีการจำกัดการเดินทาง ไม่ออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น ให้ออกมาซื้ออาหารได้ ฉีดวัคซีนได้ และปิดสถานที่ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ตลาดเปิดได้ ตอนนี้กำลังรอ ศบค.พิจารณา เพื่อให้ระบบสาธารณสุขสามารถดูแลพี่น้องได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ที่มา : https://www.77kaoded.com

แสดงความเห็น

comments