ญาติเหยื่อมือปืน 11 นัด ร้องขอความเป็นธรรม ตร.หวั่นคนร้ายโดนข้อหาไม่สาสม

0
52 views

พ่อแม่เหยื่อมือปืน 11 นัดไม่ยอมเผาศพ ร้อง ตร.ให้ตั้งข้อหาทุกข้อหา หวั่นลงโทษไม่สาสม ชี้คนลงมือยิงเป็นภัยต่อสังคม ยันมือปืนสร้างเรื่องใส่ร้าย ไม่เคยมีปัญหามาก่อน มั่นใจผู้ตายเป็นคนดี…

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นญาติของ นายมงคล เสนคะ อายุ 39 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยนักบริหารงานทั่วไป เทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม หลังถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 446 ถ.เทศบาล 15 บ้านปากอูน ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายโชคชัย สุขเกษม อายุ 43 ปี อาชีพทำสวนยาง อยู่บ้านเลขที่ 442 ต.ศรีสงคราม ซึ่งมีบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ก่อเหตุยิงใส่ผู้ตาย รวมถึง 11 นัดเสียชีวิต ภายหลังก่อเหตุ ยังได้โทรศัพท์ติดต่อตำรวจขอมอบตัว

ทางญาติของผู้เสียชีวิต นำโดย นายไสว เสนคะ อายุ 71 ปี พร้อมด้วย ภรรยา นางบุญตา นันสีบุตร อายุ 71 ปี บิดามารดา รวมถึง นายปัณณวิชญ์ วังวร อายุ 35 ปี หลานชายผู้ตาย และญาติพี่น้อง ได้รวบรวมเอกสารหลักฐาน เข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากการก่อเหตุของผู้ต้องหา เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นการวางแผน เจตนาลงมือยิงผู้เสียชีวิตมาก่อน นอกจากนี้หลังก่อเหตุ ยังมีการสร้างเรื่องให้ร้ายแก่ผู้ตาย ว่ามีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน รวมถึงกล่าวหาผู้ตายว่า เป็นคนสร้างปัญหา ทะเลาะเบาะแว้ง ข่มขู่อาฆาต ครอบครัวผู้ก่อเหตุ จนทำให้เกิดความโมโหลงมือก่อเหตุ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงต้องการออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจ รวมถึงกระบวนการยุติธรรม และสังคม ให้เข้าใจในข้อเท็จจริง เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลออกทางสื่อโซเชียลในทางที่ผิด เกิดความเสื่อมเสียอับอาย ต่อครอบครัว ญาติพี่น้องผู้ตาย ที่สำคัญยังเกรงว่า ผู้ก่อเหตุจะได้รับโทษไม่สาสมกับการกระทำ ต้องการให้ตำรวจ มีการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ให้มากที่สุดในการประกอบการดำเนินคดี และขอให้มีการตั้งข้อหาทุกข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดห้ามละเว้น ทำสำนวนส่งอัยการ โดยยังระบุว่า หากบุคคลดังกล่าวได้รับโทษน้อย ไม่สมกับการกระทำความผิด หากพ้นโทษออกมา จะเป็นภัยสังคม และยังยืนยันที่จะไม่เผาศพผู้ตาย จนกว่าผลทางคดีจะออกมาเป็นที่พอใจ

ด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม ได้รับเรื่องร้องทุกข์ รวมถึงเอกสารหลักฐาน ข้อมูลเกี่ยวข้อง รวมถึงคลิปวิดีโอ ที่ญาติผู้ตายบรรทุกไว้หลังเกิดเหตุ เพื่อจะได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน ที่รับผิดชอบคดี มีการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อหาฐานความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประเด็นในรายละเอียดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หรือมีการไตร่ตรองไว้ก่อน ทางตำรวจยังรอการพิจารณาจากพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาทางญาติไม่ได้ยื่นขอประกันตัว อยู่ระหว่างการฝากขังรอการพิจารณาคดี

ขณะที่ นายปัณณวิชญ์ วังวร อายุ 35 ปี หลานชายผู้ตาย กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทางญาติยังคงติดใจกับการก่อเหตุของผู้ต้องหา ไม่เพียงเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินมนุษย์ มีการลงมือก่อเหตุยิงถึง 11 นัด หนำซ้ำหลังก่อเหตุยังมีการกล่าวหา ใส่ร้าย ทำให้ผู้ตายและครอบครัวเสื่อมเสีย จนมีข่าวแพร่ออกไปทางสื่อ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และเชื่อว่า การกระทำครั้งนี้ มีการไตร่ตรองวางแผนมาก่อน ไม่ใช่การกระทำจากอารมณ์ชั่ววูบ โดยตนในฐานะเป็นญาติ ยืนยันกับทุกคนว่า ผู้ตายเป็นคนดี มีศีลธรรมอันดี ไม่เคยมีนิสัยก้าวร้าว สามารถสอบถามยังเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนร่วมงานได้ แต่คนร้ายมาใส่ร้ายป้ายสี เหยียบย่ำศักดิ์ศรีครอบครัวผู้ตาย สร้างเรื่องเพื่อให้ตัวเองดูดี ทั้งที่ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะถึงขั้นรุนแรง

หลานชายผู้ตาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ตายมั่นใจตัวเองไม่เคยมีปัญหากับใครถึงขั้นจะเป็นอันตราย ตื่นมาจะไปทำงาน จึงไม่ได้ระวังตัว แต่คนร้าย เป็นบุคคลที่กระทำเกินคน เป็นภัยสังคม จิตใจอำมหิต ไม่พอใจใคร ไม่ชอบใคร มาทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่า เรื่องราวที่เผยแพร่ออกไปผ่านสื่อ เป็นการสร้างเรื่องทั้งนั้น คนร้ายคนนี้ควรได้รับโทษให้สาสม ทางญาติขอให้ตำรวจหรือกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการให้ถึงที่สุด วอนสังคมเข้าใจ และเรื่องนี้ทางญาติจะมีการติดตามคดีให้ถึงที่สุด หนำซ้ำในช่วงเวลาก่อเหตุ มีทั้งแม่ ทั้งภรรยา นั่งมาด้วย แต่ไม่มีการห้ามปราม ถือว่าโหดร้ายที่สุด และจะไม่มีการเผาศพหากผลของคดีไม่เป็นที่พอใจ ซึ่งได้ตั้งทนายความเข้าไปติดตามการดำเนินคดีใกล้ชิด

ส่วนบิดามารดาของผู้ตาย เปิดใจว่า ตนเลี้ยงลูกมาเกือบ 40 ปี อยู่ใกล้ชิดดูแลแต่เด็ก พื้นฐานครอบครัว มีแต่มุ่งมั่นทำงาน ขยันซื่อสัตย์ อดทน ไม่เคยสอนลูกให้ไปสร้างปัญหาให้ใคร ให้คุยด้วยเหตุและผล เพื่อนบ้าน สังคมในละแวกนี้ รู้จักครอบครัวตนดี ยืนยันว่าลูกชายไม่เคยไปสร้างปัญหา ทะเลาะกับใครถึงขั้นรุนแรง ส่วนครอบครัวคนก่อเหตุ ก่อนนี้ มีการพูดคุยปกติ ตามประสาคนชุมชนเดียวกัน ไม่เคยมีปัญหาบาดหมางกัน  แต่สุดท้ายมาให้ร้ายว่าแค้นมานานปี เอาอะไรมาสร้างเรื่อง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

“ยอมรับวันนี้ครอบครัวสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก เสาหลักครอบครัว เป็นลูกคนเดียว คนสุดท้อง ที่รับราชการ กำลังสร้างครอบครัว จากลูกทั้งหมด 6 คน อยากรู้จิตใจเขาทำด้วยอะไร อยากรู้ว่าเขาไม่พอใจอะไร ยืนยัน หากลูกตนเป็นคนไม่ดี หรือไปกระทำในสิ่งที่คนก่อเหตุพูด ตนจะไม่ติดใจเลย แต่นี่ไม่เคยมีความจริง แต่ที่พูดขึ้นมา เป็นการพูดเพื่อให้ตัวเองดูดี หนีความผิด คนตายพูดอะไรไม่ได้ วอนตำรวจ กระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว คนก่อเหตุคนนี้จะต้องรับโทษที่สาสม” บิดามารดาของผู้ตาย กล่าว

ที่มา : https://www.thairath.co.th

แสดงความเห็น

comments